หลวงพ่อทองอยู่ ปัญญาวัฑฒโณ
วัดเกยไชยเหนือ จ.นครสวรรค์
คอลัมน์ อริยะโลกที่ 6
หลวงพ่อทองอยู่ ปัญญาวัฑฒโณ – วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 1/1 หมู่ 4 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำยม เป็นที่บรรจบกันของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีอายุกว่า 600 ปี
เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ ต่อมา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จเยี่ยมวัดพระบรมธาตุและเปลี่ยนชื่อวัดใหม่ตามการปกครองของบ้านเมือง ว่า วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)
หลวงพ่อทองอยู่ ปัญญาวัฑฒโณ หรือพระครูนิรภัยวิเทต อดีตเจ้าอาวาสวัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) รูปที่ 3 เป็นพระเถระผู้ทรงวิทยาคุณ มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชน ครูบาอาจารย์ คือ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, พระปลัดนิ่ม วัดบางศาลา อ.ไชโย จ.อ่างทอง, พระครูฉ่ำ วัดบางตะเคียน ต.โตนด อ.ไชโย จ.อ่างทอง
เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 6 ปีมะเมีย พ.ศ.2437 ที่บ้านเกยไชย ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรของพ่อสุ่มและแม่จั่น
โยกย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่บ้านหนองขอน ต.ท่าไม้ อ.ชุมแสง
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดหนองขอน มีพระครูสวรรค์วิจิตร (สถ) เจ้าคณะอำเภอชุมแสงในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้นไปจำพรรษาที่วัดบ้านบึง ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ได้รับนิมนต์ให้มาช่วยสร้างศาลาการเปรียญที่วัดหนองเต่า แล้วย้ายมาจำพรรษาที่วัดหนองขอนอีก 2 พรรษา ก่อนจะย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเกยไชยเหนือ
ต่อมา เดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมและหาความรู้ด้านวิทยาคมกับพระอาจารย์นิ่ม วัดบางศาลา ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณกับพระครูฉ่ำ วัดบางตะเคียน
ในสมัยนั้น หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เป็นพระเถระที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก จึงเดินทางไปหาหลวงพ่อเงินและฝากตัวเป็นศิษย์เรียนการฝึกสมาธิ และแนวทางการปฏิบัติธรรม
เดินทางกลับมาที่วัดเกยไชย ช่วยสอนธรรมวินัยแก่พระภิกษุ–สามเณร จนวัดเกยไชยเป็นสำนักเรียนที่มีชื่อเสียง
ต่อมาตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเกยไชยว่างลง รับหน้าที่เป็นผู้รักษาการแทน เจ้าอาวาส พรรษาที่ 9 จึงได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเกยไชย รับภาระสร้างถาวรวัตถุ ทำนุบำรุงวัดเป็นอย่างดี
ด้วยความขยันและความสามารถ พระครูนิภากรโสภณ (นิ่ม) เจ้าคณะอำเภอชุมแสง จึงแต่งตั้งให้เป็นพระใบฎีกา ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเกยไชย
ในปี พ.ศ.2475 วัดหนองขอน ที่เคยเข้าพิธีอุปสมบท ชำรุดทรุดโทรมลง จึงกลับไปช่วยพัฒนา
ด้านการสร้างวัตถุมงคล จากการที่อยู่เป็นที่เคารพของประชาชน จึงขอให้สร้างวัตถุมงคลรูปเหมือน ในคราวที่อายุ 64 ปี พรรษา 45 มีทั้งรูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงและรูปเหมือนขนาดเล็กที่ใช้การหล่อแบบโบราณ บ้างเรียกขานกันว่า รุ่นจ๋อ 1
นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลอีกหลายรุ่น อาทิ เหรียญหยดน้ำ เหรียญรูปเสมา เหรียญเกลียวเชือก เหรียญกงจักร ตะกรุดโทนแหวนอัลปาก้า พระเนื้อดิน ล็อกเกต ภาพถ่ายหลังตะกรุดสามกษัตริย์ ซึ่งวัตถุมงคลทุกรุ่น ล้วนมีประสบการณ์
ทุ่มเทกายใจเพื่อพระศาสนา มีความตั้งใจว่า “ชาตินี้ขอยอมมอบชีวิตไว้กับร่มกาสาวพัสตร์” ท่านจึงนำปัจจัยทั้งหมดที่ได้จากการถวาย สร้างถาวรวัตถุ สร้างวัด สร้างโรงเรียน บำรุงกิจการคณะสงฆ์
วันที่ 5 ธ.ค. 2499 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูนิรภัยวิเทต
วันที่ 5 ธ.ค. 2509 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท
พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
เป็นพระเถระที่อยู่ในใจของประชาชนตลอดมา ด้วยท่านเป็นพระผู้สมถะ ไม่สะสม เสียสละเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดมา รวมทั้งบำรุงส่งเสริมการศึกษาให้แก่บุตรหลาน
วันที่ 19 ต.ค. 2524 มรณภาพด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67
ยังความเศร้าโศกเสียใจแก่ชาวเมืองปากน้ำโพ