พระยูไลใหญ่ที่สุดในโลก ศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน
พระยูไลใหญ่ที่สุดในโลก ศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน – “ณรงศักดิ์ คูกิติรัตน์” หรือ “อาจารย์แห้ว” ศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน ผู้คนให้ความเคารพนับถือ
โดยอาจารย์แห้วนิยมให้ลูกศิษย์ลูกหาของท่านร่วมทำบุญ ซึ่งก่อนหน้านี้สร้างโบสถ์ที่วัดโคกงาม ซึ่งเป็นวัดที่เคยบวชเรียน จนสำเร็จเวลาเพียง 11 เดือน เป็นโบสถ์หลังแรกในชีวิต

ครั้นสร้างสำเร็จ สร้างถาวรวัตถุให้กับวัดต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งบูรณะศาลเจ้าพ่อนาคราช ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่บรรพบุรุษได้สร้างขึ้น จนเป็นศาลเจ้าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

อาจารย์แห้ว แห่งศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ มีโครงการจัดสร้าง “พระยูไล” ขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร อยู่บนอาคารปฏิบัติธรรม 3 ชั้น คาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าพระยูไล บนยอดเขาวัดโป่หลิน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธที่สำคัญที่สุดของฮ่องกง

เมื่อถึงเวลานั้น ศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสนจะกลายเป็นสถานที่รวมศรัทธาที่มีพระยูไลใหญ่ที่สุดในโลก
ราวปี พ.ศ.2557 อาจารย์อารย์ ปาลเดชพงศ์ หัวเรือใหญ่โรงเรียนอนุบาลเด่นหล้า และโรงเรียนนานาชาติเด่นหล้า ถนนราชพฤกษ์–นนทบุรี ได้ซื้อที่ดินกว่า 10 ไร่ มอบให้อาจารย์แห้ว เพื่อขยายพื้นที่สร้างศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน และมุ่งหมายที่จะสร้างพระยูไลองค์ใหญ่ ผ่านมาถึงวันนี้ การก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรม 3 ชั้น เกือบจะแล้วเสร็จสมบูรณ์
โดยบริเวณชั้นล่างสามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 5,000 คน ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อให้ผู้เลื่อมใสกราบไหว้ขอพร รวมทั้งเพื่อให้ศาลเจ้านาคราชเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพุทธศิลป์จีนโบราณ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนตำบลจันเสน และพื้นที่ใกล้เคียง
ใครที่มีความประสงค์จะเดินทางไป “ศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน” สามารถใช้เส้นทางจังหวัดลพบุรี และ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ โดยให้ยึดป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์จันเสน (วัดจันเสน)
กล่าวได้ว่าการจัดสร้างศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสนมีจุดเริ่มด้วยเงินทุนเพียง 3,000 บาท วันเวลาผ่านไปไม่นาน ผู้คนที่นับถือก็มารวมพลังบุญ สร้างสิ่งก่อสร้าง ซื้อที่ดินขยายเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งปลูกสร้างสะท้อนกำลังศรัทธาปรากฏให้เห็นเด่นชัด ด้านหน้าเป็นศาลฟ้าดิน ศิลปะจีนแท้ เป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่ กวนอิมครบทุกปางมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมบรรดาเหล่าเซียนอีกจำนวนมาก

ในปี พ.ศ.2544 มีการสร้างศาลเจ้านาคราชหลังแรก และอีกหลายหลังตามมา อาทิ ตำหนักเจ้าแม่กวนอิมพันมือ, อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปิยมหาราช, ตำหนักเจ้าพ่อนาคราช, อาคารพระธรรม, อาคารเฉลิมพระเกียรติ 81 พรรษามหาราชา, อาคารโรงเจ และคลินิกหมอขนาดเล็ก อาคาร 3 ชั้น เอาไว้สำหรับรักษาคนในชุมชน โดยจะเชิญอาจารย์หมอหรือแพทย์ที่เกษียณอาสามาช่วยงานเป็นสาธารณกุศล
ในอนาคตอาจารย์แห้วมุ่งหวังตั้งใจที่จะก่อสร้างโรงพยาบาลขนาดกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากสงเคราะห์ผู้ยากไร้ สร้างโรงเรียนสอนภาษาจีนกลาง เพื่อให้เด็กมีโอกาสเปิดโลกทัศน์ ให้โอกาสการเรียนรู้เพิ่มเติมจากในห้องเรียนที่มีอยู่เพื่อรองรับการเปิดประตูประชาคมอาเซียน
ทุกวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี จะเป็นงานประจำปีศาลเจ้าพ่อนาคราชจันเสน ซึ่งใน 1 ปีจะมีเพียงวันเดียวเท่านั้นจึงมีคนมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชาวจีน ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นคือมีลูกศิษย์จากทุกสารทิศ เดินทางมาร่วมงานเกือบหมื่นคน มีการออกร้านตั้ง โรงทานให้กินอาหารฟรี มีลูกศิษย์มอบเงินเพื่อสร้างโรงพยาบาลสร้างสถานปฏิบัติธรรม รวมทั้งสร้างพระยูไล หน้าตัก 19 เมตร องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

สำหรับการสร้างพระยูไลต้องใช้ปัจจัยเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้สร้างแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 40 เหลือแต่ปูพื้นกระเบื้องในพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร หลังจากปูพื้นกระเบื้องเสร็จจะขึ้นองค์พระยูไล
จึงขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพที่ศาลเจ้าพ่อนาคราชได้ทุกวันเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวเองและครอบครัว ที่มีองค์พระยูไลที่ศักดิ์สิทธิ์และใหญ่ที่สุดในโลกไว้ในประเทศไทย

โดยในวันที่ 8 ส.ค.2563 เวลา 09.00 น. จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ ที่ศาลเจ้าพ่อนาคราช จ.นครสวรรค์ จึงขอเชิญคณะศิษยานุศิษย์เข้าร่วมพิธีในวัน–เวลาดังกล่าว