ส่งท้ายปีเถาะ พ.ศ.2566 วงการสงฆ์ไทยสูญเสียพระภิกษุเรืองนาม ผู้คร่ำหวอดหลากหลายด้าน ทั้งพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ พระสายปฏิบัติ พระเกจิคณาจารย์ดัง พระนักปกครองผู้มากด้วยประสบการณ์ พระนักเทศน์เผยแผ่ธรรม ฯลฯ
สิ้น‘พระเทพมงคลวัชราจารย์’

พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแดนอีสานใต้ ที่ชาวเมืองบุรีรัมย์รู้จักชื่อเสียงกิตติศัพท์เป็นอย่างดี “หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม” หรือ “พระเทพมงคลวัชราจารย์”
เป็นศิษย์อาวุโสอีกรูปของหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนครและพ่อท่านสี ธัมมธโร วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุค)
หลวงปู่เหลือง มีอุปนิสัยส่วนตัวสมถะ เรียบง่าย รักสันโดษ ชอบอยู่ตามป่าเขา เป็นพระที่มีภูมิธรรมสูง ประกอบกับมีปฏิปทาอันแน่วแน่ที่จะดำรงบวรพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองในภาคอีสาน
ด้วยมีจิตใจตั้งมั่น ปฏิบัติธรรมตามแนวทางแห่งองค์พระศาสนา
ด้วยสังขารไม่เที่ยง หลวงปู่เหลืองละสังขารอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 10 ม.ค.2566 ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ สิริอายุ 95 ปี พรรษา 75
สร้างความเศร้าสลดอาลัยเป็นอย่างยิ่ง
อาลัย‘พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร’

ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 30 มี.ค.2566 เวล 10.50 น. พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (วีระ เย็นเต็ก) อดีตเจ้าคณะใหญ่จีนนิกายและอดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ สิริอายุ 86 ปี พรรษา 65
ช่วยเผยแพผุ่ทธศาสนาฝ่ายมหายาน สังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย สืบทอดหลักธรรม คำสอนมาจากนิกายเซน สาขาหลินฉี (วิปัสสนากัมมัฏฐาน) และเป็นศูนย์กลางหลักธรรมคำสอนของนิกายวินัย และนิกายมนตรายานของวัชรยาน ทิเบต และเป็นศูนย์กลางการปกครองคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทยตลอดมาจนได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชนทั้งไทยและต่างชาติ
กล่าวได้ว่า ท่านโดดเด่นทั้งด้านการบริหารและด้านวิชาการ เปี่ยมเมตตาคุณเป็นที่เลื่อมใสศรัทธา
การจากไปของท่าน สร้างความอาลัยแก่คณะสงฆ์จีนนิกาย คณะสงฆ์ไทย และศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง
ปิดตำนานมนต์พิธี ‘หลวงปู่เอี่ยม สิริวัณโณ’

“พระราชวัชรรังษี” หรือ “หลวงปู่เอี่ยม สิริวัณโณ” พระเถระต้นตำรับหนังสือ “มนต์พิธี” เล่มสีเหลือง เรียบเรียงบทสวดมนต์สำคัญต่างๆ ไว้มากมาย กล่าวได้ว่า เป็นตำราที่ทุกวัดในประเทศไทยล้วนต้องมีไว้ กุลบุตรใดจะบวช ต้องอ่านหนังสือของท่านทั้งสิ้น
ท่านยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ
พระราชวัชรรังษี ได้รวบรวมเรียบเรียงหนังสือมนต์พิธี รวบรวมบทสวดมนต์ พระมหาคาถาทั่วแผ่นดินสยามที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพระภิกษุ-สามเณร ผู้เตรียมตัวบวช ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่สนใจในพระศาสนา เปรียบเสมือนเป็นมรดกทางธรรม เพื่อสืบทอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ช่วงกลางดึก วันพฤหัสบดีที่ 8 มิ.ย.2566 มรณภาพด้วยอาการสงบ จากอาการอาพาธด้วยโรคชรา สิริอายุ 89 ปี พรรษา 69
ชาวมหาสารคามร่ำไห้อาลัย-สิ้น ‘พระราชมงคลวัชรสิริ’

คืนวันจันทร์ที่ 12 มิ.ย.2566 วงการคณะสงฆ์เมืองสารคาม สูญเสียพระเกจิชื่อดัง คือ “พระราชมงคลวัชรสิริ” หรือ “หลวงปู่เสาร์ ธัมมโชโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งมรณภาพอย่างสงบด้วยอาการโรคชรา ภายในกุฏิวัดโพธิ์ศรี เวลา 21.30 น. สิริอายุ 105 ปี พรรษา 39
เป็นพระเกจิที่มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย ทรงวิทยาคม และได้รับความเลื่อมใสศรัทธา อีกทั้งเป็นพระภิกษุที่มีอายุมากที่สุดในแวดวงคณะสงฆ์มหาสารคราม
วัตรปฏิบัติเสมอต้นเสมอปลาย ครองตนด้วยความสมถะ อีกทั้งยังสืบสายธรรมศึกษาวิทยาคมจากพระเกจิหลายท่าน อาทิ หลวงปู่สิงห์ วัดหนองแวง จ.มหาสารคาม, หลวงปู่มุข วัดบ้านจันทน์ จ.อุดรธานี เป็นต้น
ท่านมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ในแต่ละวันจึงมีพุทธศาสนิกชนในและนอกพื้นที่ เข้ามากราบนมัสการรับฟังธรรมอย่างไม่ขาดสาย
‘พระพรหมวัชรจริยาจารย์’สิ้นสงบ

“พระพรหมวัชรจริยาจารย์” (ชลอ กิตติสาโร) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) และเจ้าอาวาสวัดเพชรวราราม พระอารามหลวง จ.เพชรบูรณ์ พระเถระที่สร้างคุณูปการต่อวงการสงฆ์เมืองเพชรบูรณ์
เป็นพระเถระที่มีความรู้แตกฉาน ด้านพระธรรมวินัย เป็นนักปกครอง นักการศึกษา นักสังคมสงเคราะห์ ที่สำคัญ คือเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านช่าง
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานในการครองสมณเพศ ชาวเมืองเพชรบูรณ์ ได้ประจักษ์ถึงผลงานและคุณสมบัติต่างๆ เป็นที่ยกย่องเชิดชูมากมาย
ล่วงเข้าปัจฉิมวัย ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร ท่านอาพาธบ่อยครั้ง คณะสงฆ์และศิษย์ นำท่านไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ
แพทย์และพยาบาลให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ แต่เนื่องจากท่านชราภาพมาก ร่างกายอ่อนแอ ประกอบกับมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จึงละสังขารด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2566 เวลา 20.38 น.
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
สิ้น‘หลวงปู่ทอง สุวิชาโน’วัดดอนไก่ดี

ช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ค.2566 พระราชมงคลวุฒาจารย์ (สุวรรณ สุวิชาโน) หรือ “หลวงปู่ทอง” วัดดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พระเกจิชื่อดัง ทายาทสายพุทธาคมหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ อดีตพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มน้ำท่าจีน ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ด้วยวัยวุฒิ 107 ปี พรรษา 83
หลังจากเข้ารักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ แต่สุดความสามารถเยียวยาของคณะแพทย์ เนื่องจากหลวงปู่ชราภาพมาก
ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ศิษย์ยิ่งนัก ทำให้วัตถุมงคลที่สร้างล้วนแล้วแต่ทรงคุณอันวิเศษ และเป็นที่เสาะแสวงหาเป็นอย่างมาก
สำหรับวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ พระขุนแผนมหาเมตตาใหญ่, สีผึ้ง, แม่นางกวัก, เหรียญรุ่นมหาลาภ ฯลฯ
ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ
ท้ายที่สุดมรณภาพอย่างสงบ
คารวาลัย‘พระราชมงคลวชิรโสภิต’

“พระราชมงคลวชิรโสภิต” หรือ “หลวงปู่ขันธ์ สิริวัณโณ” พระเถระเมืองแปดริ้ว ได้รับการยกย่องว่าเคร่งครัดระเบียบวินัย ใส่ใจกัมมัฏฐาน มีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือ
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมงคลโสภิต อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา
ท่านฝากตัวเรียนด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานกับศิษย์สายพระอาจารย์มั่นรูปสำคัญหลายรูป เช่น หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง, หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม
นอกจากนี้ ยังธุดงค์ไปศึกษาวิปัสสนากับท่านพุทธทาส ณ สวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี อีกด้วย
ทำหน้าที่อย่างมุ่งมั่นสานต่องานการศึกษาสงฆ์อย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง พระราชมงคลวชิรโสภิต มรณภาพอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2566
สิริอายุ 100 ปี พรรษา 80
‘พระพรหมวชิรคุณ’ละสังขารสงบ

“พระพรหมวชิรคุณ” (ไพบูลย์ สุมังคโล) พระเถระที่พุทธศาสนิกชน เมืองเหนือ ให้ความเลื่อมใส ศรัทธา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธรรมยุต) และวัดเทพนิมิตสุดเขต อ.เชียงของ จ.เชียงราย
ท่านเป็นพระเถระที่มีปฏิปทาเป็นพระกัมมัฏฐานในสายพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทัตโต เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านในเขตจังหวัดภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง ท่านมีความเคร่งครัดต่อการฝึกฝนวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เมื่อปลายปี พ.ศ.2556 ด้วยกิตติศัพท์แห่งคุณงามความดีของท่าน ญาติโยมได้ถวายที่ดินที่เคยเป็นที่เพาะปลูกสวนยางพารา ริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยเม็ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย สร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม กลายเป็นวัดที่โดดเด่น คือ วัดเทพนิมิตสุดเขตสยาม จนเป็นที่นับถือเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
วันอังคารที่ 26 ก.ย.2566 ละสังขารอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพสิริอายุ 89 ปี พรรษา 59
แม้กายดับสูญ แต่คุณงามความดียังอยู่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
ศิษย์ร่ำไห้ -สิ้น‘หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม’ วัดธารทหาร

“พระราชมงคลวัชราจารย์” หรือ “หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม” วัดธารทหาร (ห้วยด้วน) อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ พระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมที่มีชื่อเสียง เป็นศิษย์พุทธาคม หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ, หลวงพ่ออิน วัดหางน้ำสาคร, หลวงพ่อหมึก วัดสระทะเล และหลวงพ่อโหมด วัดโคกเดื่อ
หลวงพ่อพัฒน์ เป็นพระเกจิชื่อดัง มีชื่อเสียงอยู่ในศรัทธาของญาติโยมในพื้นที่ ในแต่ละวันจึงมีญาติโยมเดินทางมากราบนมัสการที่วัดอย่างไม่ขาดสาย
ด้านวัตถุมงคล ท่านจัดสร้างวัตถุมงคล ส่วนมากจะมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญ วัตถุมงคลหลวงพ่อพัฒน์ทุกรุ่น เป็นที่ยอมรับของบรรดาเซียนพระและนักสะสมวัตถุมงคล
กล่าวได้ว่า หลวงพ่อพัฒน์เป็นพระเกจิชั้นแนวหน้าอีกรูปหนึ่งของเมืองไทย
ละสังขารเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ย.2566 เวลาประมาณ 01.35 น. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริอายุ 101 ปี พรรษา 77
อาลัย‘หลวงปู่หา สุภโร’ลาลับ

“พระเทพมงคลวชิรมุนี” หรือ “หลวงปู่หา สุภโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน (ภูกุ้มข้าว) อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ มรณภาพอย่างสงบด้วยความชราภาพ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 พ.ย.2566 ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กรุงเทพฯ สิริอายุ 98 ปี พรรษา 77
หลวงปู่หา เป็นพระเถราจารย์ที่ชาวเมืองกาฬสินธุ์เลื่อมใสศรัทธา
พ.ศ.2510 ท่านย้ายวัดสักกะวัน จากตำบลโนนศิลา มาอยู่พื้นที่ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นพัฒนาวัดสักกะวัน
ครั้งหนึ่ง หลวงปู่นอนหลับฝันเห็นไดโนเสาร์ตัวใหญ่คอยาว เดินอยู่บริเวณเชิงเขาภูกุ้มข้าว จึงให้ลูกศิษย์ไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบกระดูกชิ้นใหญ่หลายสิบชิ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป หลวงปู่สั่งให้คนเก็บกระดูกนั้นไว้และส่งข่าวไปยังนายอำเภอเพื่อตรวจสอบ
ภายหลังได้มีการรวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์จากทั่วสารทิศมารวมที่วัดสักกะวันและก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสัตว์โลกล้านปี
คณะศิษย์ จึงถวายฉายานามหลวงปู่หา ว่า “หลวงปู่ไดโนเสาร์”