วันเสาร์ที่ 17 ก.พ.2567 ถือเป็นวันมงคล พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต) จะมีอายุครบรอบ 83 ปี เหล่าศิษย์ผู้ใกล้ชิดและญาติโยมผู้เลื่อมใส จะได้ร่วมกันจัดงานมุทิตาจิตฉลองอายุวัฒนมหามงคล เป็นประจำทุกปี
พระพรหมวชิรมุนี (เชิด จิตตคุตโต) สิริอายุ 83 ปี พรรษา 62 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4 และกรรมการมหาเถรสมาคม
มีนามเดิม เชิด ฤกษ์ภาชนี เกิดเมื่อวันอังคารที่ 17 ก.พ.2484 ที่บ้านตำบลรางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดา ชื่อ นายซื่อ และ นางชั้น ฤกษ์ภาชนี ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย
เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดรางจระเข้ เมื่อปี พ.ศ.2497 ต่อมา บรรพชาเป็นสามเณร วันเสาร์ที่ 7 ก.ค.2497 ที่วัดรางจระเข้ ต.บ้านโพธิ์ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูปริยัติคุณปการ (วาสน์ ธัมมโชโต) เจ้าอาวาสวัดบ้านแพน เป็นพระอุปัชฌาย์
ระหว่างบรรพชาเป็นสามเณร สามเณรเชิด เรียนพระปริยัติธรรมกับหลวงลุงโก๋ ปี พ.ศ.2498 สอบได้นักธรรมชั้นตรี ก่อนย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบางกระทิง สามารถสอบได้นักธรรมชั้นโท
จากนั้นมาอยู่กับพระสุเมธมุนี (มังกร กัสสโป) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางหลวง จ.ปทุมธานี สามารถสอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค
ครั้นอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดรางจระเข้ โดยมีพระครูพิศิษฐ์สังฆการ (สมบูรณ์ อิสิญาโณ) เจ้าอาวาสวัดบางกระทิง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสุเมธมุนี (มังกร กัสสโป) เจ้าอาวาสวัดบางหลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูกุหลาบ ธัมมสุทโธ เจ้าอาวาสวัดรางจระเข้ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า จิตตคุตโต

จากนั้นกลับไปจำพรรษาอยู่ที่วัดบางหลวง มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนสามารถสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยค พร้อมทั้งได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนบาลีในสำนักวัดบางหลวง จ.ปทุมธานี
มีความตั้งใจเรียนพระปริยัติธรรมในระดับสูง แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัด ยังมีความไม่พร้อมในด้านการศึกษาหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง ไปเรียนหนังสือที่สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพฯ เพื่อมาสอบเปรียญธรรม 8 ประโยค ในฐานะพระอาคันตุกะ
ผ่านพ้นไป 2 ปี ท่านย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดสุทัศนเทพวราราม โดยได้รับเมตตาจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม) ขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมวิสุทธาจารย์ ประจำอยู่ที่คณะ 9
ได้รับความไว้วางใจให้สนองงาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511-2557 รวมระยะ 46 ปี
ตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย อาทิ เป็นเลขานุการวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นรองหัวหน้าธรรมทูตสายที่ 3
พ.ศ.2559 เป็นเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2523 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวราภรณ์ พ.ศ.2537 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิดิลก พ.ศ.2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะที่ชั้นเทพที่ พระเทพวิมลโมลี
พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมรัตนดิลก
และ พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏที่ พระวิสุทธาธิบดี
ล่าสุด วันที่ 8 ก.พ.2565 ได้รับพระราชทานราชทินนาม เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง มีราชทินนามตามที่จารึกในหิรัญบัฏว่า “พระพรหมวชิรมุนี”
เป็นพระเถระที่มีศีลาจารวัตรงดงาม เมตตา เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้พบเห็นและคณะศิษยานุศิษย์ ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดสุทัศนเทพวรารามอย่างดียิ่ง
เป็นพระเถระที่ควรแก่การยกย่องโดยแท้!!