พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้เชิญพระไตรและเครื่องไทยธรรม โครงการบรรพชาอุปสมบท ถวายเป็นพุทธบูชา ในโอกาสครบรอบ 145 ปี มงคลกาลต้นพระศรีมหาโพธิ์ น้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 และน้อมพระราชกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสครบรอบวันพระบรมราชสมภพ วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นปีที่ 145 ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย

โครงการบรรพชาอุปสมบท “มหาวชิราโพธิ” รุ่นที่ 1 เริ่มวันที่ 23 ม.ค. โดยการประกอบพิธีปลงผมนาค ณ มณฑลพิธี บริเวณรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยา ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จ.สมุทรปราการ ประเทศไทย
จากนั้น วันที่ 24 ม.ค. ประกอบพิธีบรรพชา จำนวน 77 รูป และบวชชีพรหมโพธิ จำนวน 13 คน ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมังกโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ มอบหมายให้ พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต พร้อมด้วยพระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล พระวิเทศวชิรญาณ วิ. รักษาการเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ พระเถรานุเถระ และข้าราชการ พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี


พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ถวายอดิเรก ถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวอนุโมทนากถาแก่สามเณร และชีพรหมโพธิ ใจความว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง ทรงประกาศพระพุทธศาสนาให้ผู้ปฏิบัติตามมีศรัทธาต่อพระรัตนตรัย ขอบวชในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสนทายาทของพระองค์มาแต่บรรพกาล พระพุทธศาสนาเจริญงอกงามนำสังคมไทยสู่ความเป็นปึกแผ่นสงบร่มเย็นเพราะพุทธศาสนา ที่พุทธบริษัทไทยทั่วโลกพร้อมใจกันยอมรับว่า เป็นศาสนาประจำชาติ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ การบวชได้หยั่งรากลงสู่ฐานของชีวิตอันงดงาม ดั่งกุศลเจตนาอย่างสูงขอรับบรรพชาอุปสมบทภายในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สถานที่ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ปัจจุบันยังคงดำรงอยู่เป็นพุทธานุสรณ์ ณ สังเวชนียสถาน เป็นต้นลำดับที่ 4 ซึ่งถือกำเนิดเมื่อปี พ.ศ.2423 นับเป็นการเดินตามรอยบาทพระบรมศาสดา โดยการบวชเรียน ศึกษาพระธรรมคำสอน และปฏิบัติตนให้ถึงพร้อมซึ่งไตรสิกขา แสดงความกตัญญูต่อคุณบิดา มารดา สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จัดเป็นความดีที่ยิ่งใหญ่ เป็นบุญอันประเสริฐ”


พิธีอุปสมบท จัดขึ้นวันที่ 25 ม.ค.2567 ณ พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา จากนั้นพระนวกะทั้ง 77 รูป พร้อมด้วยชีพรหมโพธิ จำนวน 13 คน จักเดินทางไปยังสังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบลเป็นลำดับต่อไป
โครงการบรรพชาอุปสมบท “มหาวชิราโพธิ” รุ่นที่ 1 ถือเป็นโครงการบวชและปฏิบัติธรรมควบคู่กับการศึกษาพุทธประวัติตามพุทธสถาน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และน้อมระลึกถึงสังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันเป็นสถานที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า เป็นสถานที่ที่กุลบุตรผู้ปรารถนาจะใกล้ชิดกับพระองค์ ควรมาสักการะ พร้อมระลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระปัญญาธิคุณ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระวิเทศวชิรญาณ วิ. ในฐานะ ผอ.โครงการ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการอุปสมบทนี้ เป็นการบรรพชาอุปสมบทเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในโอกาสครบ 145 มงคลกาลต้นพระศรีมหาโพธิ์ น้อมเกล้าอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นปีที่ 145 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมทั้งส่งบุญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคลวันเกิด 26 มกราคม 2567

พระนวกะและชีพรหมโพธิ ยังได้ใช้เวลาสำคัญนี้ในการขัดเกลาตนเอง ด้วยการฝึกศีล สมาธิ เพื่อเข้าถึงปัญญา เรียนรู้คำสอนของพระพุทธศาสนา ได้ศึกษาและปฏิบัติ ถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะฝึกตนเองให้เป็นคนดีสร้างคุณประโยชน์ของประเทศชาติและพระศาสนาต่อไป