วันเสาร์ที่ 2 มี.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 31 ปี มรณกาล “หลวงพ่อซวง อภโย” วัดชีปะขาว หรือ วัดชีผ้าขาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ได้รับสมญานาม “เทพเจ้าแห่งเมืองสิงห์” หรือที่ญาติโยมมักเรียกว่า “พ่อใหญ่”

อริยะโลกที่ 6

นอกจากเป็นพระเกจิผู้ทรงวิทยาคุณแล้ว ยังเพียบพร้อมด้วยศีลาจารวัตรอันงดงาม กอปรด้วยเมตตาบารมี ให้ความอนุเคราะห์แก่ศิษยานุศิษย์และชาวบ้านทั่วไปโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ เปรียบเสมือนบิดาของชาวบ้านแถบวัดชีปะขาวและบ้านใกล้เรือนเคียงทีเดียว

สร้างวัตถุมงคลหลายประเภท ทั้งเนื้อโลหะ เนื้อผง รูปถ่าย เครื่องรางของขลัง ฯลฯ แต่ละประเภทมีจำนวนสร้างน้อย จึงค่อนข้างหายาก อาทิ พระลีลาหล่อ รูปหล่อ เหรียญหล่อ พระปรอท ล็อกเกต พระผงกลีบบัว ตะกรุด แหวน ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งล้วนทรงพุทธคุณเป็นเลิศ

นามเดิมว่า ซวง เป็นชาวสิงห์บุรีโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2442 ที่ ต.พระงาม อ.พรหมบุรี

อายุ 26 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดโบสถ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง มีหลวงพ่อเฟื่อง วัดสกุณาราม (วัดนก) อ.ไชโย พระเกจิชื่อดังผู้สร้างพระพิมพ์สมเด็จวัดนกอันลือลั่นเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “อภโย”

จากนั้นได้ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชีปะขาว จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส

ได้รับการถ่ายทอดวิปัสสนากัมมัฏฐานเบื้องต้นและวิทยาคมต่างๆ จากพระอาจารย์คำ วัดสิงห์ ต.พระงาม ศิษย์หลวงพ่ออ่ำ วัดวงษ์ฆ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิชื่อดังในอดีต

เมื่อสำเร็จพระอาจารย์คำจึงแนะนำให้ไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้เป็นสหธรรมิก ศิษย์ของพระเกจิชื่อดังหลายรูป อาทิ พระพุฒาจารย์ (มา) วัดจักรวรรดิราชาวาส, หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส จ.สมุทรปราการ, หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก จ.นครปฐม, หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม ฯลฯ เพื่อศึกษาวิทยาคมต่างๆ เพิ่มเติม

จากนั้นหลวงพ่อแป้นแนะนำให้ไปศึกษาต่อกับหลวงพ่อฤทธิ์ วัดบ้านสวน จ.สุโขทัย สหธรรมิกที่สนิทสนมกันมาก และเป็นพระเถระที่เก่งกล้าทางด้านวิทยาคมเป็นอย่างสูง เป็นศิษย์สายตรงของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆัง ธนบุรี

มีความเชี่ยวชาญทั้งวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีฌานและพลังจิตอันแก่กล้า มีอภิญญาสมาบัติ และแตกฉานทางไสยเวทหลายๆ ด้าน ว่ากันว่ามีวาจาสิทธิ์ สามารถล่วงรู้วาระจิตใจของผู้อื่น และรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ท่านไม่เคยโอ้อวดอิทธิฤทธิ์ใดๆ ยังคงมีจริยาวัตรอันงดงาม สมถะ ไม่ยึดติดรูปสมบัติ ไม่ยอมรับปัจจัยใดๆ โดยจะยกให้เป็นสมบัติของสงฆ์จนหมดสิ้น

นอกจากนี้ ยังปฏิเสธสมณศักดิ์และตำแหน่งใดๆ แต่ในที่สุดพระราชสิงหวรมุนีได้ขอร้องให้รับสมณศักดิ์ฐานานุกรม “พระวินัยธร” ซึ่งขณะนั้นว่างลงพอดี จึงจำเป็นต้องน้อมรับอย่างปฏิเสธมิได้

มรณภาพเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2510 สิริอายุ 69 ปี พรรษา 45

ก่อนมรณภาพกำชับบอกกับคณะกรรมการวัดว่า “ถ้าต้องการให้โบสถ์หลังใหม่ซึ่งกำลังก่อสร้างอยู่แล้วเสร็จ อย่าเพิ่งฌาปนกิจสังขารของท่าน มิฉะนั้นโบสถ์จะสร้างไม่เสร็จ”

คณะกรรมการวัดจึงปฏิบัติตามเจตนารมณ์ โดยเก็บรักษาสังขารไว้ในหีบไม้อย่างมิดชิด ประดิษฐานไว้บนศาลาการเปรียญ เพื่อให้คณะศิษย์และชาวบ้านได้บูชากราบไหว้ และร่วมทำบุญสร้างโบสถ์หลังใหม่

ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นานโบสถ์หลังใหม่ก็สร้างเสร็จตามประกาศิต

หลังจาก ‘หลวงพ่อซวง’ มรณภาพไปแล้ว 26 ปี เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2536 คณะกรรมการวัดได้เปิดหีบไม้ที่บรรจุสรีรสังขารของท่านเพื่อทำพิธีฌาปนกิจ ปรากฏว่าสรีรสังขารไม่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลาเป็นที่น่าอัศจรรย์

คณะกรรมการวัดจึงเปลี่ยนใจนำสรีระร่างที่ไม่เน่าเปื่อยบรรจุไว้ในโกศขนาดใหญ่ สร้างมณฑปเป็นที่ประดิษฐานไว้จนวันนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน