จากความสำเร็จของคลื่นพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนล้นหลาม เดินทางมากราบสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ที่อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราวในประเทศไทย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นั้น

สำหรับพระบรมสารีริกธาตุถูกค้นพบจากสถูปโบราณ เมืองปิปราห์วา เมื่อ พ.ศ.2441 สันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของกรุงกบิลพัสดุ์ในสมัยพุทธกาล มีหลักฐานยืนยันเป็นจารึกอักษรพราหมีบนผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ส่วนพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อัญเชิญมาจากสถูปเมืองสาญจี ถูกค้นพบเมื่อ พ.ศ.2394 บรรจุในผอบซึ่งมีจารึกอักษรพราหมี เป็นเครื่องยืนยันว่าเป็นพระอรหันตธาตุของพระอัครสาวกทั้งสองที่ได้อัญเชิญจากสาธารณรัฐอินเดียมาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย และอัญเชิญให้ประชาชนสักการะ ระหว่างวันที่ 23 ก.พ.-3 มี.ค. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง วันที่ 4-8 มี.ค ณ หอคำหลวงอุทยานหลวงราชพฤกษ์เชียงใหม่ วันที่ 9-13 มี.ค.2567 วัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี และวันที่ 14-18 มีนาคม ณ วัดมหาธาตุวชิรมงคล จ.กระบี่

นับเป็นมหามงคลยิ่งสำหรับแผ่นดินแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นครั้งแรกหรืออาจจะเป็นครั้งเดียวในชีวิต บนหน้าประวัติศาสตร์ชาติไทย ในการรวมพลังแห่งศรัทธาจากทั่วสารทิศหล่อหลอมพลังแห่งศรัทธา ทำให้มีศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวพุทธจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ชาวกัมพูชา สปป.ลาว เวียดนามและเมียนมา มีโอกาสกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุฯ เพื่อเพื่อความเป็นสิริมงคลสูงสุดในชีวิต

เสร็จสิ้นภารกิจในการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุมาให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยกราบเคารพบูชา สักการะซึ่ง เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลจัดพิธีส่งพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะสู่กรุงเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม Mr.Tashi Gyalson ประธานคณะมนตรีบริหาร LAHDC Dr.B.R. Mani อธิบดีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นิวเดลี Mr.Nagesh Singh เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา และนายสมชาย หาญภักดีปฏิมา ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธี ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่

จากพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศที่ได้เดินทางมากราบสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุฯ และพระอรหันตธาตุฯ อย่างเนืองแน่น ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.-18 มี.ค.2567 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 4,127,590 คน ประกอบด้วย กรุงเทพฯ จำนวน 2,085,360 คน จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 511,189 คน จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 810,374 คน และจังหวัดกระบี่ จำนวน 720,667 คน

นายเสริมศักดิ์เล่าว่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายใต้โครงการธรรมยาตราพระบรมสารีริกธาตุจากมหานทีคงคาสู่ลุ่มน้ำโขง ตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมสถาบันศาสนาให้เป็นกลไกสำคัญสร้างคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน ก่อให้เกิดรายได้ของประเทศชาติในภาพรวม และยกระดับประเทศไทยให้เป็นสถานที่สำคัญในการจัดเทศกาลงานในมิติทางศาสนาที่สำคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก ตลอดจนสร้างสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือ และสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นศตวรรษแห่งธรรม (Dharma Centuries) ด้วยการนำหลักธรรมความเชื่อของศาสนาเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านศาสนาและส่งเสริมคุณธรรมของประชาคมโลก เพื่อสร้างความสงบสุขแก่มวลมนุษยชาติสืบไป


การอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุฯ และพระอรหันตธาตุฯ มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ประเทศไทย เพื่อให้ชาวพุทธสักการะครั้งนี้ นับว่าเป็นการสร้างจุดศูนย์รวมแห่งศรัทธาและเป็นมงคลแห่งชีวิตที่จะต้องจารึกอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไปตราบนานเท่านาน ที่สำคัญเชื่อว่าจะจุดประกายให้พุทธศาสนิกชนเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา ไม่พยาบาทมุ่งร้ายต่อกันทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ก้าวเข้าสู่ความหลุดพ้นทางแห่งความทุกข์เพื่อก่อให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนในสังคมไทย