วันอังคารที่ 16 เม.ย.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 17 ปี มรณกาล “หลวงพ่อจ้อย จันทสุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร (วังเดื่อ) ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อดีตพระเถระนักพัฒนาที่มีอายุกาลพรรษาสูงรูปหนึ่งของนครสวรรค์
มีนามเดิมว่า จ้อย (ภาษาลาวพื้นบ้านแปลว่าตัวเล็ก บางคนก็เรียกท่านว่าหลวงพ่อจ่อย แปลว่าผอม) เกิดในตระกูล ปานสีทา ที่ ต.พรวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เกิดเมื่อวันอังคารที่ 8 เม.ย.2456 บิดา-มารดา ชื่อ นายแหยมและนางบุญ ปานสีทา
ในช่วงวัยเยาว์ ได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาจบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนดอนหวาย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี แต่ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน ต่อมาได้โยกย้ายที่ทำกินไปถึงบ้านวังเดื่อ ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2476 ที่วัดดอนหวาย ต.พรวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูปลัดตุ้ย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์บุญธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์บุญตา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จากนั้นมาอยู่จำพรรษาที่วัดดอนม่วง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.2478 แล้วย้ายมาจำพรรษาที่วัดพรหมจริยาวาส อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ.2479 แล้วเดินทางไปวัดระฆังโฆสิตาราม ก่อนไปศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ เขตพระนคร
ต่อมาชาวบ้านวังเดื่อเห็นว่าวัดศรีอุทุมพรขาดเจ้าอาวาส จึงรวมตัวกันไปกราบอาราธนานิมนต์ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดศรีอุทุมพรในปี
พ.ศ.2485
ศึกษาวิทยาคม รวมทั้งวิธีการทำวัตถุมงคลจากพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป เช่น หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เรียนวิชาการทำตะกรุดโทน ผ้าประเจียด การทำน้ำมนต์ การแก้คุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห และยันต์มหาอำนาจ
เรียนการทำผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงพุทธคุณ ผงมหาราช จากหลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์ อ.หันคา จ.ชัยนาท แลกเปลี่ยนวิชาและเรียนพระคาถานะ 108 หัวใจธาตุทั้ง 4 หัวใจคาถาต่างๆ จากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม
นอกจากนี้ ยังไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาการทำมีดหมอ วิธีสร้างสิงห์งาแกะ วิชาการทำน้ำมนต์จากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
รวมทั้งศึกษาวิชาด้านการหุงน้ำมัน วิชาการประสานกระดูก เรียนจากหลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ลำดับงานปกครอง เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร พ.ศ.2485 ตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม พ.ศ.2490 แผนกบาลี พ.ศ.2495 ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ.2498 พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรและประกาศเกียรติคุณบัตรในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยใช้หลักธรรมทางพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
มีกิจวัตรที่สำคัญ คือ การบิณฑบาต สวดมนต์ ทำสมาธิ ปฏิบัติกัมมัฏฐาน อีกทั้ง ทำงานด้านการก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด การพัฒนาสร้างถนน ทำบ่อน้ำ เหมือง-ฝายกักเก็บน้ำให้ประชาชนได้มีน้ำใช้ทำการเกษตร ใช้ในการอุปโภคบริโภค
ท่านยึดถือคติ ว่า เวลามีค่ายิ่ง ท่านจึงยิ่งเร่งทำงานตามที่ท่านตั้งใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งงานหลวง งานราษฎร์ไม่ได้ขาด
พ.ศ.2537 สร้างหอสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นประธานเปิด รวมทั้งเยี่ยมชมโครงการต่างๆ
ด้านวัตถุมงคล มีมากมายหลายชนิด หลายรุ่น ทั้งรูปหล่อ รูปถ่าย เหรียญ พระกริ่ง พระผง พระสมเด็จ พระพรหม ฤๅษี พระรอด พญาครุฑ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ธง มีดหมอ งาแกะ รูปนางกวัก เป็นต้น
สร้างเอง เสกเอง เพียงรูปเดียว ไม่เคยจัดพิธีปลุกเสกหมู่ หรือนำของไปให้ใครช่วยปลุกเสก มีบางส่วนที่คณะกรรมการวัดจำเป็นต้องเปิดให้เช่าบูชาเพื่อหาทุนก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด มาทำถนน ขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างอาคารเรียน ศาลาการเปรียญ หอสมุด และอื่นๆ อีกมากมาย
ในช่วงบั้นปลายชีวิต สุขภาพร่างกายเริ่มอ่อนแอ จนกระทั่งวันที่ 16 เม.ย.2550 ท่านมรณภาพอย่างสงบ
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74