กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชนและประชาชนที่มีต่อ “ประเพณีสงกรานต์ ปี 2567 หลังจากได้ขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ 18,623 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยผลสรุปปรากฏว่าเด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ คิดว่าประเพณีสงกรานต์มีความสำคัญ ร้อยละ 71.22 คือ เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย ร้อยละ 69.48 เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างชัดเจนสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นความงดงาม ซึ่งบ่งบอกถึงคุณลักษณะของความเป็นไทย เช่น ความกตัญญู ความโอบอ้อมอารี ความเอื้ออาทร ความสนุกสนานร่าเริง เป็นต้น และร้อยละ 59.75 เป็นวันครอบครัว เพราะเห็นว่าช่วงดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับไปหาครอบครัวจึงเป็นช่วงเวลาแห่งความรัก ความอบอุ่น ที่จะได้พบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และทำกิจกรรมร่วมกัน

เมื่อถามว่า นอกจากการเล่นน้ำสงกรานต์ เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ นิยมทำกิจกรรมใดในช่วงประเพณีสงกรานต์มากที่สุด ปรากฏว่า อันดับ 1 ร้อยละ 70.91 คือ การทำบุญตักบาตร ตามด้วยร้อยละ 67.72 การสรงน้ำพระ และร้อยละ 67.17 กลับภูมิลำเนา ขณะที่เมื่อถามเด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ว่าต้องการรดน้ำขอพรบุคคลใดในปีนี้ ผลสรุปชี้ว่า อันดับ 1 ร้อยละ 91.73 คือ พ่อแม่/ญาติผู้ใหญ่ ร้อยละ 46.47 ครูบาอาจารย์/ผู้มีพระคุณ และร้อยละ 37.41 พระสงฆ์ นอกจากนี้โพลสรุปอีกว่าเด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ในสถานที่ต่างๆ ได้แก่ ร้อยละ 62.55 วัด ร้อยละ 48.89 บ้าน และร้อยละ 47.27 สถานที่ที่มีการจัดงาน

เมื่อสอบถามเด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ คิดว่าค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ย 5,975 บาท (ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย หมายถึง ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าอาหาร/เครื่องดื่ม และค่าซื้อสินค้า/บริการ) โดยส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.80 ทราบว่าสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ โดยยูเนสโก ตลอดจนคิดว่างานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น/คึกคัก ร้อยละ 84.29

นอกจากนี้ เด็ก เยาวชน และประชาชน ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับแนวทางในการจัดงานประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2567 โดยให้สอดคล้องกับแนวคิดกับการจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ 2567” 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ร้อยละ 68.29 ให้พิจารณาจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ที่เป็นการสร้างการรับรู้ต่อประชาชนชาวไทยและนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเกี่ยวกับประเพณีสงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจาก UNESCO อันดับ 2 ร้อยละ 53.46 ให้พิจารณาจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสงกรานต์ โดยเน้นเรื่องคุณค่าและสาระที่ถูกต้องของวัฒนธรรม ประเพณี และอันดับ 3 ร้อยละ 51.45 ส่งเสริมให้จังหวัดต่างๆ ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมในประเพณีสงกรานต์ เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีที่ดีงาม เหมาะสม อีกทั้งยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อดูแลเป็นพิเศษในช่วงเทศกาล ได้แก่ ร้อยละ 77.36 อุบัติเหตุทางการจราจร เช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนกฎจราจร ร้อยละ 61.99 การดื่มสุรา/จำหน่ายสุรา และร้อยละ 45.53 พ่อค้าแม่ค้า ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ได้สอบถามว่าเรื่องใดที่อยากฝากถึงกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมอนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามมีข้อเสนอแนะให้มีการรณรงค์ให้เหล่าคนดังๆ แต่งกายเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยชุดไทย ผ้าท้องถิ่นแบบต่างๆ รณรงค์การเล่นน้ำสงกรานต์โดยไม่ใช้ความรุนแรง การไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และการไม่ล่วงละเมิดทางเพศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นการจัดประเพณีสงกรานต์แบบโบราณ ประเพณีย้อนยุค เพื่อรำลึกวัฒนธรรมเก่าแก่ของไทย เน้นการละเล่นสงกรานต์ที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามและทรงคุณค่าไว้ให้ชนรุ่นหลัง