“ร.ต.ชัยชนะ บุญญติพงษ์” หรือ จ่าแค็ป นครสวรรค์ เป็นลูกทหาร ซึ่งมีความสนใจในพระเครื่องมาตั้งแต่สมัยเด็ก ด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหาร เวลาไปออกรบกลับมาบ้านก็จะเล่าเรื่องของเพื่อนๆ ที่โดนยิงบ้าง โดนปืนยิงเฉี่ยวบ้าง รอดกลับมาหลายคน เจอเรื่องอภินิหารต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระเครื่องในสนามรบก็จะมาเล่าให้ฟัง พอฟังบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มศรัทธาเลื่อมใสและสนใจในพระเครื่อง และเครื่องรางนับแต่นั้นเรื่อยมา
จ่าแค็ปเล่าถึงการเริ่มศึกษาและเข้าวงพระพระเครื่องว่า “แรกเริ่มในการศึกษาพระเครื่องนั้นผมเริ่มช่วงประมาณปี 2517-2518 ก็นำพระที่พ่อมีอยู่นั่นแหละมาดูมาศึกษา หลังจากนั้นก็เดินดูตามแผงพระ ตลาดพระทั่วไป ศึกษาสอบถามจากคนรู้จักบ้าง และก็เริ่มซื้อขายหลังจากนั้นได้รู้จักกับเซียนพระรุ่นเก่าของนครสวรรค์ คือ จ่าทิพย์ เอื้ออำไพ ก็แนะนำให้เข้าวงการพระ ประมาณปี 32 ก็เข้ามาเป็นคณะกรรมการรับและตัดสินพระ ของทางสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย จวบจนถึงทุกวันนี้
ส่วนพระเครื่องที่ถนัดและชำนาญ คือ เหรียญ รูปหล่อและเครื่องราง
หลักในการดูพระและศึกษาพระของนั้น จ่าแค็ปบอกว่า “ผมจะใช้วิธีการศึกษาทุกวันวันละ 5 นาที ดูพิมพ์บ้างดูตำหนิบ้าง แล้วก็ต้องดูของแท้นะ ดูวันละ 5 นาที 10 นาที แต่ขอให้ดูทุกวัน พออันไหนไม่เข้าใจก็ถามจากครูบาอาจารย์ถามจากผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการ จึงทำให้ชำนาญสามารถแยกพระเก๊-พระแท้ได้โดยไม่ต้องส่อง”
ทุกวันนี้ คนเริ่มสนใจและเข้าสู่วงการพระเครื่องเยอะขึ้น ในฐานะเซียนพระรุ่นเก่า จ่าแค็ปอยากจะแนะนำว่า “ในการศึกษาการดูพระเราต้องดูจากคนที่เขาเล่นของแท้ คนที่ดูเป็น แล้วมันจะทำให้เราจำติดตาไปตลอด นอกจากเราจะสอบถามจากผู้ใหญ่หรือครูบาอาจารย์แล้วตัวเราเองก็ต้องศึกษาพระเพิ่มเติมตลอดด้วย เริ่มจากที่คุณต้องมีพระของแท้อยู่ในมือก่อนและดูทุกวันให้ติดตา เอาง่ายๆ วันละ 5 นาที พยายามหาตำหนิต่างๆ ให้ได้ เพราะถ้าเราดูทุกวันจนชินตาบางทีก็ไม่ต้องส่องกล้องเลยเห็นก็รู้ทันทีเลย แล้วจะทำให้เราเร็ว เวลาไปเดินตลาดพระเราก็จะเร็วกว่าคนอื่นเขา เราสามารถหยิบแยกพระออกมาได้เลย หากเราช้ามัวแต่ส่องเราก็ไม่ทันใครเขา”
สำหรับใครที่สนใจอยากจะศึกษาเหรียญ รูปหล่อและเครื่องราง จ่าแค็ปบอกว่ายินดีอย่างยิ่ง ขอให้เข้ามาสอบถามกันได้ เจอที่งานประกวดพระหรือที่ไหนก็เข้ามาคุยกันได้