วันพุธที่ 3 ก.ค.2567 น้อมรำลึกครบรอบ 176 ปี ชาตกาล หลวงปู่บุญ ขันธโชติ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ยอดพระเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้เข้มขลังทางวิทยาคม
มีตบะสมาธิและวิถีแห่งญาณแก่กล้าจนเป็นที่ยอมรับยกย่องของพระคณาจารย์ร่วมยุคร่วมสมัยหลายรูป อาทิ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม, หลวงพ่อทับ วัดทอง (วัดสุวรรณาราม) บางกอกน้อย, หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ และอีกหลายรูป
เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 3 ก.ค.2391 ที่ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร (ปัจจุบัน ต.ท่าไม้ ได้โอนไปขึ้นกับ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร)
เมื่อช่วงแรกเกิดมีอาการป่วยหนักจนไม่หายใจ ในที่สุดบิดา มารดา เข้าใจว่าเด็กทารกตายเสียแล้ว จึงเตรียมจะเอาไปฝัง แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันที่จะได้ฝังก็กลับฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ บิดา มารดาได้ถือเอาเหตุนี้ตั้งชื่อให้ว่า บุญ
ช่วงวัยเยาว์ เมื่ออายุได้ 13 ปี บิดาถึงแก่กรรม ป้าจึงนำไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอยู่กับพระปลัดทอง ที่วัดกลาง ซึ่งในสมัยนั้นมีชื่อว่า วัดคงคาราม ต.ปากน้ำ (ปากคลองบางแก้ว) อ.นครชัยศรี
อายุ 15 ปีเต็ม พระปลัดทองประกอบพิธีบรรพชาให้และได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ต่างๆ แต่ด้วยมีความจำเป็นต้องลาสิกขาเนื่องด้วยความป่วยไข้เบียดเบียน
ต่อมามีโอกาสอุปสมบทเมื่ออายุ 22 ปี ที่พัทธสีมา วัดกลางบางแก้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มิ.ย. 2412 โดยมีพระปลัดปาน เจ้าอาวาสวัดพิไทยทาราม (วัดตุ๊กตา) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ขนานนามฉายาให้ว่า ขันธโชติ
กล่าวกันว่า อาจารย์ของหลวงปู่บุญมี 2 รูป คือ พระปลัดทองและพระอธิการปานที่มีบทบาทและความสำคัญอย่างมากในการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ
แต่ที่สำคัญ หลวงปู่บุญมีชื่อเสียงในการจัดสร้างวัตถุมงคลเครื่องราง “เบี้ยแก้” ที่มีพุทธคุณป้องกันและแก้สิ่งชั่วร้ายเสนียดจัญไร
คณาจารย์ยุคเก่าที่สร้างเครื่องรางประเภทเบี้ยแก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดมีอยู่เพียง 2 รูปคือ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว และหลวงปู่รอด วัดนายโรง
แต่ข้อมูลประวัติการเล่าเรียนวิธีจัดสร้างเบี้ยแก้ของหลวงปู่บุญกลับไม่เป็นที่ปรากฏแต่อย่างใด อาจเป็นไปได้ว่า หลวงปู่รอดเป็นอาจารย์ถ่ายทอดวิชาเบี้ยแก้ให้กับหลวงปู่บุญ ด้วยหลวงปู่รอดนั้นท่านมีอายุในรุ่นหลังของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไม่มากนัก
ตามหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร ซึ่งกรมการศาสนาเป็นผู้จัดพิมพ์ ระบุว่าหลวงปู่รอดเป็นสมภารรูปแรกของวัดนายโรง ดังนั้น ในกระบวนเบี้ยแก้ทั้งหมดเท่าที่พบเห็นกันอยู่ต้องถือว่าเบี้ยแก้ของหลวงปู่รอดวัดนายโรงเก่าแก่ที่สุด
ส่วนสาเหตุที่น่าเชื่อว่า หลวงปู่แขกกับหลวงปู่บุญมีความสัมพันธ์กัน เพราะว่าพื้นเพเดิมของหลวงปู่แขก เป็นชาวนครชัยศรีเช่นเดียวกับหลวงปู่บุญ
น่าจะเป็นไปได้ว่าหลวงปู่บุญอาจจะไปมาหาสู่กับหลวงปู่แขก และได้มาทราบกิตติศัพท์และเกียรติคุณของหลวงปู่รอด วัดนายโรง เมื่อคราวมาเยี่ยมหลวงปู่แขกที่วัดบางบำหรุ จึงได้ขอเรียนวิชาทำเบี้ยแก้กับหลวงปู่รอด
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2429 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอธิการปกครองวัดกลางบางแก้ว พ.ศ.2431 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.2433 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะหมวด
พ.ศ.2459 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2459 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามว่าพระครูอุตรการบดี พ.ศ.2462 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นเอกที่พระครูพุทธวิถีนายก
พ.ศ.2471 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระพุทธวิถีนายก
เรื่องที่หลวงปู่บุญไม่ชอบคือ ชาวบ้านที่ชอบนุ่งโสร่งเข้าวัด ท่านมักจะปรารภในเรื่องนี้ว่า “การแต่งกายเป็นเครื่องสอนนิสัยใจคอคน การเข้าวัดเข้าวาไม่ควรนุ่งโสร่งลอยชาย มันไม่สุภาพ ควรนุ่งห่มให้เรียบร้อยสักหน่อยจะสมควร”
เมื่อล่วงรู้ไปถึงชาวบ้านละแวกนั้นเข้าก็กลายเป็นข้อปฏิบัติที่ว่าต่อไปเมื่อใครจะเข้าวัดจะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย โดยจะต้องไม่นุ่งโสร่งเป็นอันขาด
มรณภาพเมื่อวันที่ 30 มี.ค.2478 เวลา 10.45 น. ภายในกุฏิที่พักอาศัย
สิริอายุ 89 พรรษา 67