นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีทอดผ้าป่าและพิธียกเสาเอกอุโบสถกลางน้ำ วัดป่ามหาธีราจารย์ โดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมังกโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ เมื่อเร็วๆ นี้ ที่วัดป่ามหาธีราจารย์ บ้านวังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี

พร้อมด้วย นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ดร.ศิริมาเมธ์วดี ศิรธนิตรา นายกเทศมนตรีเมืองพิบูลมังสาหาร ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพุทธศาสนิกชนกว่า 1,000 คนร่วมในพิธี
โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายธูปเทียนแพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วถวายสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสงฆ์ และนำผู้ร่วมพิธีกล่าวสมาทานศีล รับศีล กล่าวคำถวายผ้าป่า ซึ่งมียอดปัจจัยรวม 5,983,778 บาท

จากนั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสงฆ์ พิจารณาผ้าป่า นายสุทธิพงษ์ และนางวันดีกล่าวถวายสักการะ และอนุโมทนาพุทธศาสนิกชน เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์กล่าวสัมโมทนียกถา ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำ รับพร และร่วมกันกันประกอบพิธียกเสาเอก โดยคณะสงฆ์ทั้งนั้นประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เป็นอันเสร็จพิธี
สมเด็จพระมหาธีราจารย์กล่าวสัมโมทนียกถา ว่า “อุโบสถที่ท่านร่วมกันสร้างถวายไว้ในพระพุทธศาสนานี้ จักแปรเป็นทั้งอริยทรัพย์ในตัวท่านผู้บริจาค และจะเป็นทั้งแหล่งผลิตอริยทรัพย์ให้เพิ่มพูนขึ้นในหมู่พุทธบริษัทโดยทั่วหน้าสืบไป ขอทุกท่านจงยินดีอิ่มเอิบใจในบุญกิริยาที่ได้บำเพ็ญครั้งนี้ และขอให้การก่อสร้างอุโบสถกลางน้ำ วัดป่ามหาธีราจารย์ สำเร็จตามกุศลเจตนาของทุกท่าน เพื่อร่วมกันประดิษฐานพระพุทธศาสนาในดินแดนอารามแห่งนี้ ให้มีผาสุวิหารธรรม ตลอดกาลนานเทอญ”

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า “มหาเถรสมาคมเมตตาให้เจ้าคณะจังหวัด แจ้งคณะสงฆ์ในเขตปกครองมอบหมายพระสังฆาธิการในสังกัด เป็นผู้แทนคณะสงฆ์รับผิดชอบประจำตำบล 1 พระ 1 ตำบล ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านให้ทุกหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันสงเคราะห์ สร้างความสุขให้กับประชาชน โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นหลักชัยและเป็นผู้นำสงฆ์รูปแรกๆ ของโลกในการน้อมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์สู่ โคก หนอง นา ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก้วร่มโพธิ์ไทรทองคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อมพวกเรา ด้วยการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชดำริของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 และพระราชทานคำเรียกว่า “อารยเกษตร” โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์มีดำริให้วัดทั่วประเทศได้ขับเคลื่อนในชื่อ พุทธอารยเกษตร ซึ่งมีพระพิพัฒน์วชิโรภาส (เจ้าคุณสุขุม) ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย เจ้าอาวาสวัดป่ามหาธีราจารย์ ขยายผลตามแนวพระราโชบายไปทั่วแผ่นดิน”


กระทรวงมหาดไทยได้น้อมนำพระราชดำริ “อารยเกษตร” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สู่การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตรตามแนวพระราชดำริ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ระหว่างกระทรวงมหาดไทย วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และจังหวัดนครนายก เป็นเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะออกแบบ พัฒนา วางแผนและบริหารจัดการการใช้ประโยชน์พื้นที่ ในที่ดินของวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร รวมจำนวน 150 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.คลองใหญ่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบอารยเกษตร ตามแนวพระราชดำริ

โดยจัดตั้งเป็น “ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต ตามแนวทางพุทธอารยเกษตร สู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างยั่งยืน” อันจะเป็นพื้นที่ตัวอย่างแห่งความยั่งยืนให้กับกระทรวง กรม และจังหวัดต่างๆ ในการน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่อารยเกษตร หรือโคก หนอง นา การพัฒนาพื้นที่เพื่อการพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง