“พระครูสิงคคุณธาดา” หรือ “หลวงปู่ม่วง จันทสโร” วัดบ้านทวน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี พระเกจิอาจารย์นามกระเดื่องแห่งเมืองกาญจน์

เกิดเมื่อปี พ.ศ.2366 ต.พนมทวน อ.พนมทวน

อายุ 11 ขวบ บิดามารดานำไปฝากพระอธิการศรี วัดบ้านทวนซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อศึกษาหนังสือไทยและขอม

ศึกษาเล่าเรียนด้วยความวิริยอุตสาหะ จนมีความรู้อ่านออกเขียนได้ สมควรแก่ความนิยมในสมัยนั้นแล้ว ก็ได้ลาอาจารย์ออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ เป็นกำลังของครอบครัว

ย่างวัยหนุ่มก็มีสมัครพรรคพวกเพื่อนฝูงมาก มีลักษณะเป็นหัวหน้าคน พูดจริงทำจริง เด็ดขาด

อายุ 21 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดบ้านทวน มี พระอธิการศรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ช้าง วัดบ้านทวน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา จันทสโร

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญดังเมืองกาญจนบุรี หลวงปู่ม่วง จันทสโร วัดบ้านทวน

ศึกษาพระปริยัติธรรม ท่องสวดมนต์ได้แม่นยำจนจบพระปาติโมกข์ นอกจากเรียนพระปริยัติธรรมแล้ว ยังศึกษาวิชากัมมัฏฐาน สมถะ วิปัสสนาธุระ รวมไปถึงการเดินรุกขมูลธุดงค์ในป่าลึกเข้าผจญต่อความทุกข์ทรมานและเสี่ยงกับสัตว์ร้าย

ทั้งนี้ ในสมัยก่อนทุรกันดาร อาณาเขตเมืองกาญจนบุรีติดต่อกับประเทศพม่า ฝ่าฟันธุดงค์ไปนมัสการเจดีย์ชเวดากองเมืองร่างกุ้ง และพระธาตุมุเตาเมืองหงสาวดี

เป็นผู้ที่ขยันและเคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย ไม่เคยขาดทำวัตรสวดมนต์ สนใจในการศึกษาเล่าเรียน

พรรษา 12 เจ้าอาวาสวัดบ้านทวนว่างลง ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะตำบล มีความสามารถทั้งทางคันถธุระและวิปัสสนาธุระ จึงมีคนเลื่อมใสเคารพนับถือเป็นอันมาก

พรรษา 21 เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าคณะแขวงอำเภอบ้านทวน

ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ในมณฑลราชบุรี เสด็จเมืองกาญจนบุรี ทรงเห็นความเป็นไปของคณะสงฆ์ในจังหวัดกาญจนบุรีเรียบร้อย ก็โปรดและทรงยกย่องเจ้าวัดเจ้าคณะนั้นๆ นับแต่เจ้าคณะเมือง ตลอดมาถึงเจ้าคณะแขวงอำเภอและพระสังฆาธิการ รวมไปถึง เจ้าอธิการม่วง ในวัย 81 ปีอีกด้วย

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญดังเมืองกาญจนบุรี หลวงปู่ม่วง จันทสโร วัดบ้านทวน

ในการนี้ เจ้าอธิการม่วงทูลรายงานได้คล่องแคล่ว สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสโปรดว่า ไม่วางตนว่าเป็นผู้ชราและอยู่เฉยเสีย ยังมีน้ำใจอยากรู้ หาความรู้ สมกับคำของพระพุทธเจ้าที่ว่า เด็กที่เล่าเรียนมีความรู้ สติปัญญาย่อมดีกว่าคนแก่ที่ไม่ได้เล่าเรียนไม่มีความรู้ ดีแต่มีอายุแก่แต่อย่างเดียว

จะเห็นได้ว่า เจ้าอธิการม่วงไม่ถือความมีอายุของท่าน สนใจเรื่องวิชาความรู้เป็นสำคัญ ดังนั้น จึงเสด็จตอบถึงวัดบ้านทวน เป็นการแสดงน้ำพระทัยและรับสงเคราะห์ในเรื่องตำรับตำราที่จะเล่าเรียนพระธรรมวินัยที่พระองค์ทรงแต่งไว้ เช่น นวโกวาท วินัยมุข บุพสิกขาวรรณนา ฯลฯ

ครั้นเสด็จกลับ พ.ศ.2488 ได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสัญญาบัตรให้เจ้าอธิการม่วง เป็น “พระครูสิงคิคุณธาดา”

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญดังเมืองกาญจนบุรี หลวงปู่ม่วง จันทสโร วัดบ้านทวน

สำหรับอุปนิสัย เป็นพระใจดี มีพรหมวิหารธรรม ใครได้พบได้สนทนาด้วยก็รู้สึกอิ่มเอิบใจด้วย ไม่ถือตัวถือชั้นวรรณะ เป็นกันเองแก่คนทั่วไป นอกจากเหรียญแล้ว ยังทำแหวนพิรอดดังมาก จนมีคำขวัญว่า “ของดีของขลังของเมืองกาญจน์ก็มีลูกอมวัดหนองบัว แหวนพิรอดวัดบ้านทวน” ซึ่งมีพุทธคุณเด่น

บำรุงศาสนกิจมาด้วยความเรียบร้อย ไม่เคยเจ็บป่วยออดแอด แต่พอชรามากก็หนีกฎธรรมดาไม่พ้น ได้ถึงมรณภาพด้วยโรคชรา ปี พ.ศ.2484 สิริอายุ 89 ปี พรรษา 68

วัตถุมงคลล้วนโด่งดังเป็นที่แสวงหา โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือน” คณะศิษย์จัดสร้างขึ้นในโอกาสอายุครบ 7 รอบ (84 ปี) เมื่อปี พ.ศ.2463

ลักษณะเป็นเหรียญกลมรูปไข่ มีหูเชื่อม จัดสร้าง 2 พิมพ์คือ พิมพ์หน้าแก่และพิมพ์หน้าหนุ่ม จำนวนการสร้างจำนวน 300 เหรียญ

สกู๊ปหน้าพระ - เหรียญดังเมืองกาญจนบุรี หลวงปู่ม่วง จันทสโร วัดบ้านทวน

ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ม่วงครึ่งองค์หันหน้าตรง เขียนอักษรไทยใต้รูปเหมือนว่า “พระครูสิงคิคุณธาดา” และมีอักษรขอม อ่านว่า “อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ สัง วิ เพา ปุ กะ ยะ ปะ” แปลว่า อิติปิโส มงคลฯ กับหัวใจพระธรรม 7 คัมภีร์

ด้านหลังเหรียญมีข้อความว่า “ที่ระฤก อุปชาวัดบ้านทวน” และมีอักษรขอมว่า “อิโส มิโส โมอะ นะลือ”

เหรียญรุ่นนี้ หลวงปู่ม่วงจารอักษรขอมลงบนบล็อกทั้งด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญด้วยมือ

จนมีคนกล่าวขวัญกันว่า “ใครมีเหรียญวัดบ้านทวน ใครจะมาก่อกวนก็ไม่ต้องกลัว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน