“พระครูวิริยาธิการี” หรือ “หลวงปู่นาค ปุญญนาโค” วัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตพระเกจิอาจารย์สำคัญองค์หนึ่งของประจวบคีรีขันธ์
มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงด้านวิปัสสนาธุระ อีกทั้งทรงคุณด้านวิทยาคม เป็นที่เคารพนับถือของชาวหัวหินและพุทธศาสนิกชนทั่วไป
เกิดในสกุล พ่วงไป เมื่อปี พ.ศ.2400 บ้านเดิมอยู่ที่บ้านลัดโพ อ.คลองกระแชง จ.เพชรบุรี หัดเรียนเขียนอ่านอักขรสมัยที่วัดลัดโพ กับพระอธิการเมืองอยู่ 1 ปี ก่อนย้ายไปอยู่กับพระอธิการสุก วัดหลักป้อม จ.สมุทรสงคราม เรียนทางพระปริยัติธรรมและบาลีธรรมอยู่หลายปี จนอายุย่าง 19 ปี จึงบรรพชา กระทั่งอายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหลังป้อม

เริ่มศึกษาวิปัสสนาธุระและรับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิชาอาคมจากหลวงพ่อเอี่ยม วัดลัดด่าน และหลวงพ่อภู่ วัดบางกะพ้อม
พ.ศ.2464 ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัว และแต่งงานมีบุตร 1 คน ก่อนที่จะเลิกร้างกันไป และเกิดความเบื่อหน่ายทางโลกตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมาสร้างวัดวังก์พง ที่อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านหัวหินได้พร้อมใจกันสร้างวัดอัมพาราม ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดหัวหิน”
ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) กำนันโต และผู้ใหญ่กล่ำ เป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาส
นับแต่นั้นมา ก็ได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ มีความมั่นคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า เป็นพระเกจิอาจารย์เรืองอาคม อุดมด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส

หลวงปู่นาค ปุญญนาโค
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธาเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะทรงมานมัสการเสมอ พร้อมทั้งทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าได้ตลอดเวลา แม้ในยามราตรี
มีผู้บันทึกนิสัย ปฏิปทา และศีลวัตรของท่านไว้ว่า เป็นผู้มีอัธยาศัยรักสงบ เยือกเย็นและสุขุม ประกอบด้วยความเมตตากรุณา มีเมตตาธรรมแก่คนทั่วไปโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เป็นพระที่พูดน้อย เวลาจะตักเตือนหรือสั่งสอนใคร มักใช้คำพูดสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ แต่เป็นคำที่เฉียบคม แฝงด้วยความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก
ขึ้นชื่อว่าสร้างพระเครื่องได้เข้มขลัง เนื่องจากสืบสายพุทธาคมมาจากเกจิทรงวิทยาคมหลายรูป วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นคือ พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน
วัดมฤคทายวันตั้งอยู่ติดกับวังไกลกังวล สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน และเมื่อพระองค์เสด็จแปรพระราชฐานมายังวังไกลกังวล ก็มักทรงสดับพระธรรมเทศนา และสนทนาธรรมกับพระภิกษุผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม รวมถึง หลวงปู่นาค ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดมฤคทายวันในสมัยนั้น ซึ่งภายหลังได้ย้ายมาครองวัดหัวหิน
ในช่วงบั้นปลายชีวิตเริ่มอาพาธด้วยโรคบวมตามข้อ พ.ศ.2475 รักษาตัวเรื่อยมา อาการไม่หายขาด เพียงทุเลาเป็นครั้งคราว ก่อนมรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2477 สิริอายุ 77 ปี พรรษา 42
ได้รับพระราชทานเพลิง เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2478
สร้างวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ เหรียญ ล็อกเกต ขี้ผึ้ง ตะกรุดสามกษัตริย์ ผ้าประเจียดสีแดง ฯลฯ
แต่ที่เป็นสุดยอดปรารถนาของบรรดาเซียนพระและนักสะสม คือ “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรกหลวงปู่นาค”

ลักษณะเป็นเหรียญรูปทรงเสมา มีหู จัดสร้างโดย พระครูประสิทธิสมณการ (ต้าน เมนะจินดา) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ ผู้เป็นศิษย์สร้างถวาย เพื่อเป็นที่ระลึก ในวาระมงคลที่สิริอายุครบ 6 รอบ หรือ 72 ปี
ด้านหน้าเหรียญ แกะขอบเป็นลวดลายกนก ตรงกลางเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์หันหน้าตรง ด้านบนรูปเหมือน เขียนคำว่า “ที่ระลึก” ด้านล่างรูปเหมือน เขียนคำว่า “พระครูวิริยาธิการี”
ด้านหลังเหรียญไม่มีขอบเหรียญ ตรงกลางเหรียญเป็นยันต์อุณาโลม ล่างลงมาเป็นอักขระขอม
เหรียญรุ่นนี้กลายเป็นเหรียญที่หายากมาก ทำให้ราคาเช่าบูชาสูงตามไปด้วย
เป็นเหรียญยอดนิยมของวงการพระเครื่อง