นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “พระมหากษัตริย์กับการพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี” พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการศาสนา เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ประชาชนทั่วไปผู้ขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินพระราชทาน และผู้แทน จำนวน 400 คน เข้าร่วมพิธีเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ห้องอมรินทร์ ชั้น 3 โรงแรมเอสดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

กรมการศาสนามีภารกิจในการสนองงานพระราชพิธี และงานพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติงานพิธีที่อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระบรมราชานุเคราะห์ งานรัฐพิธี และศาสนพิธีโดยทั่วไป ซึ่งในงานพระราชกุศลมีภารกิจที่สำคัญคือ การอำนวยความสะดวกแก่หน่วยงาน องค์กร คณะบุคคล และบุคคลทั่วไป ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีความประสงค์ขอพระราชทานผ้าพระกฐินไปถวายแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ณ พระอารามหลวงต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมกับทำหน้าที่จัดผ้าพระกฐินและเครื่องบริวารพระกฐินพระราชทานมอบแก่ผู้ขอรับพระราชทาน

การจัดอบรมดังกล่าวมีวิทยากรจากกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง และกรมการศาสนาที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานด้านศาสนพิธีมาให้ความรู้ โดยการบรรยายพร้อมฝึกปฏิบัติเรื่อง ข้อปฏิบัติในงานพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แนวทางการจัดงานศาสนพิธีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ การจัดพิธีเกี่ยวกับพิธีกฐินพระราชทาน และการบรรยาย เรื่องแนวทางและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับพระกฐินพระราชทาน อันเป็นผ้าพระกฐินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานผ้าพระกฐินพร้อมเครื่องบริวารพระกฐิน เพื่อน้อมนำไปทอดถวายยังพระอารามหลวงต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ บุคลากรของส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กร คณะบุคคล ที่ขอรับผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวายพระสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาส ประจำปีพุทธศักราช 2567 ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาได้มีโอกาสทบทวนขั้นตอน แนวทางการปฏิบัติงานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและสมพระเกียรติ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานด้านศาสนพิธีจะต้องมีความเชี่ยวชาญในระเบียบและขั้นตอนต่างๆ และจะต้องมีความรู้ เข้าใจความหมายต่างๆ ที่แฝงอยู่ในพิธีการ สามารถอธิบายได้ และสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เรียบร้อย และสวยงาม
มีพระอารามหลวงที่ยังไม่มีผู้แจ้งความประสงค์ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน 2567 จำนวนทั้งสิ้น 20 วัด ได้แก่ 1.วัดตันตยาภิรม จ.ตรัง 2.วัดมณีบรรพต จ.ตาก 3.วัดพราหมณี จ.นครนายก 4.วัดสะแก จ.นครราชสีมา 5.วัดนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ 6.วัดโพธาราม จ.นครสวรรค์ 7.วัดวรนาถบรรพต จ.นครสวรรค์ 8.วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 9.วัดคูหาสวรรค์ จ.พัทลุง 10.วัดไพรสณฑ์ศักดาราม จ.เพชรบูรณ์

11.วัดศรีมงคลใต้ จ.มุกดาหาร 12.วัดมหาธาตุ จ.ยโสธร 13.วัดกลางมิ่งเมือง จ.ร้อยเอ็ด 14.วัดบึงพระลานชัย จ.ร้อยเอ็ด 15.วัดกวิศราราม จ.ลพบุรี 16.วัดแจ้งแสงอรุณ จ.สกลนคร 17.วัดหนองโว้ง จ.สุโขทัย 18.วัดพิศาลรัญญาวาส จ.หนองบัวลำภู 19.วัดคลองโพธิ์ จ.อุตรดิตถ์ และ 20.วัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี
นายชัยพลกล่าวว่า ในฐานะที่กรมการศาสนาถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจและหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐด้านศาสนา โดยการทำนุบำรุงส่งเสริมและให้การอุปถัมภ์คุ้มครองกิจการด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นๆ ที่ทางราชการรับรอง ตลอดจนการสนองงานพระราชพิธี งานพระราชกุศล งานรัฐพิธี และงานศาสนพิธี โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคมใช้ศาสนาเป็นหลักในการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และคนในสังคมมีศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรมตามหลักคำสอนทางศาสนา ทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการทำนุบำรุงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ ปลูกฝังค่านิยมและจิตสำนึกที่ดีสืบไป