วัดอินทรวิหาร แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม คนละฝั่งกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก
แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดอินทร์บางขุนพรหม หรือวัดหลวงพ่อโต ด้วยเหตุที่วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางประทับยืนทรงบาตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“วัดอินทรวิหาร” แห่งนี้มีความสำคัญอย่างหนึ่ง ด้วยเป็นวัดที่ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” (โต พรหมรังสี) ได้เข้าพิธีบรรพชาและศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่แห่งนี้เมื่อครั้งวัยเยาว์
สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้ที่มาเยี่ยมเยือนวัดแห่งนี้คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่โตที่ยืนเด่นอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีนามว่า “พระศรีอริยเมตไตรย” หรือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงตั้งแต่พื้นถึงยอดเกตุ 16 วา กว้าง 5 วา 2 ศอก หรือราว 32 เมตร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นผู้ริเริ่มสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เมื่อสร้างไปได้ถึง เพียงพระนาภี (สะดือ) ของพระพุทธรูป สมเด็จฯ มรณภาพ การก่อสร้างจึงได้หยุดชะงักระยะหนึ่ง เวลาผ่านไปกว่า 60 ปี ก่อนที่จะสร้างพระศรีอริยเมตไตรยองค์นี้เสร็จสิ้นลงในสมัยรัชกาลที่ 7

ทุกวันนี้มีประชาชนพากันไปนมัสการสักการบูชาองค์หลวงพ่อโตมิได้ขาด สามารถเดินขึ้นไปบริเวณมณฑปหลวงพ่อโตด้านบนได้ แต่ทางเดินค่อนข้างชัน แม้จะทำราวจับไว้ก็ตามยังคงต้องอาศัยความระมัดระวังและความอดทนเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่เป็นโรคกลัวความสูงขอแนะนำว่าอย่าขึ้นไป ให้รออยู่ด้านล่างจะดีกว่า
ครั้นพอเดินขึ้นไปสูงขึ้น พื้นที่ทางเดินจะแคบลง เดินขึ้นไปได้สักประมาณ 100 เมตรจะพบผนังเป็นแผ่นคล้ายเซรามิกสี่เหลี่ยมขนาดเล็กสีทอง ก่อเป็นผนังสีทอง ขนาดราว 2 คูณ 5 เมตร ตรงนี้นี่แหละ คือ “หัวใจหลวงพ่อโต”
ตรงกลางผนังมีแผ่นพลาสติกใสเห็นเด่นชัด เขียนพระคาถา “หัวใจพระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต)” เป็นจุดกราบสักการะกราบไหว้ ตั้งจิตอธิษฐานขอพร เชื่อกันว่าจะช่วยให้สมหวังดั่งใจได้ราวปาฏิหาริย์

พระคาถาหัวใจพระศรีอริยเมตไตรย (หลวงพ่อโต)
“นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ)
นะโม พุทธายะ นะโม โภตะยะ มะโร กะหิโต นะโม เมตตรัยโย มะวิปะโร ปัญจะ พุทธา ทานะ คะตา สะวัตติ ลาโภ ภะวันตุเมฯ

อธิษฐานตามความปรารถนาของตน บุญนั้นย่อมสำเร็จแก่ท่านเทอญ…”
พระโสภณธรรมวงศ์ หรือ เจ้าคุณน้อย เจ้าอาวาสปรารภว่า “องค์หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน เชื่อกันว่าหากมาขอพรหลวงพ่อโตเรื่องหน้าที่การงานจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ในเวลาต่อมามีเด็กเยาวชนเข้ามาไหว้สักการะที่วัดแห่งนี้เพิ่มมากขึ้น มักจะขอพรเรื่องความรัก โดยเฉพาะจะเข้ากราบสักการะที่หัวใจหลวงพ่อโตจะช่วยให้พบรักแท้ คู่รักรักกันยืนยาว ทำให้มีคนเข้ากราบหัวใจหลวงพ่อโตเพื่อขอพรเรื่องความรักเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นเพราะเชื่อว่า หัวใจสื่อความหมายถึงความรัก การกราบขอพรจากหัวใจหลวงพ่อโตจะทำให้สุขสมหวัง อย่างไรก็ตาม การขอพรเรื่องความรักมิใช่เรื่องเสียหาย ความรักเป็นสิ่งดีที่งดงาม และยังรวมไปถึงความรักที่มีพ่อแม่บุพการี เพื่อนฝูง คนรอบข้าง และเพื่อนมนุษย์ทั่วไปอีกด้วย”

กราบสักการะหัวใจหลวงพ่อโตแล้วเสร็จเดินไปทางด้านหลังเพียงเล็กน้อยสามารถเข้ากราบพระบรมสารีริกธาตุที่รัฐบาลประเทศศรีลังกามอบให้รัฐบาลไทย ประดิษฐานอยู่ใกล้ผนังหัวใจหลวงพ่อโต
บริเวณด้านหลังวัด ยังมีพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปางปัญญาบารมี ณ ศาลาสังฆานุสรณ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ซึ่งภายในจัดให้มีบรรยากาศแบบย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 4 มีรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ปางปัญญาบารมี เป็นหุ่นขี้ผึ้งขนาดสูง 178 เซนติเมตร ดำเนินการจัดสร้างโดย “สันติ พิเชฐชัยกุล” ประติมากรเอกระดับโลก
สถานที่แห่งนี้นับเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของเมืองไทยแบบมัลติมีเดีย เป็นแหล่งเรียนรู้ชีวประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ภายในเรือนศาลาทรงไทย จำลองจากเรือนไทยที่ท่านได้มรณภาพที่วัดอินทรวิหารแห่งนี้ ส่วนภายในศาลาทรงไทยประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งจำลองอยู่ 2 องค์ด้วยกัน องค์ที่ 1 รูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์โตฯ หุ่นขี้ผึ้ง อิริยาบถนอน เหตุเพราะท่านได้มรณภาพอยู่ที่วัดอินทรวิหารแห่งนี้ ขณะที่ท่านได้มาดูแลการก่อสร้างพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่ หรือหลวงพ่อโต

องค์ที่ 2 เป็นรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ ปางปัญญาบารมี หรือแต่เดิมเรียกว่าอิริยาบถจุดใต้เข้าวัง ซึ่งองค์นี้มีความสำคัญยิ่ง ถือเป็นประติมากรรมชั้นเอกในประเทศสยามแห่งนี้ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าไปศึกษาประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ทุกวัน เป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกแห่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้วัดยังมิได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมพิพิธภัณฑ์แต่อย่างใด เนื่องจากปิดปรับปรุงชั่วคราว คาดว่าจะเปิดได้ในเร็วๆ นี้
วัดอินทรวิหารยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมเดินทางเข้ามาสักการะหลายแห่งด้วยกัน อาทิ องค์มหาเทพ ท้าวมหาพรหม, บ่อน้ำพระพุทธมนต์ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต), มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง เป็นต้น

สำหรับการเดินทางมาที่วัดอินทรวิหารไม่ใช่เรื่องยากเย็นหรือสลับซับซ้อนแต่อย่างใด สามารถเดินไปถึงที่หมายอย่างแน่นอน แต่ขอแนะนำถ้าไม่ลำบากจนเกินไปนักขอให้มาด้วยรถประจำทางหรือแท็กซี่จะดีกว่า เนื่องจากในพื้นที่เขตพระนครหาที่จอดรถได้ยากเย็นแสนเข็ญ
แบบง่ายๆ ถ้านั่งรถประจำทาง อาทิ สาย 3, 32, 49, 65 ฯลฯ เดินลัดเลาะไปตามฟุตปาธริมถนนสามเสน อยู่ฝั่งตรงข้ามธนาคารแห่งประเทศไทย

วัดอินทรวิหารตั้งอยู่เลขที่ 144 ถนนวิสุทธิกษัตริย์ แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กวัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง