“พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ” รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย “สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี” (ธงชัย ธัมมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันขงจื่อ เส้นทางสายไหมทางทะเล เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาไทย-จีน 210 สาขา

โดยมี นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) นางสวี่ หลัน ที่ปรึกษาฝ่ายการศึกษา และนางหวัง ฮวน เลขานุการเอกฝ่ายการศึกษา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายหลี่ จิ้นซง ประธาน บริษัท การศึกษานานาชาติ ถังฟง กรุ๊ป คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คณะผู้บริหารสถานประกอบการ จากสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้บริหาร วิทยาลัยอาชีวศึกษาจากทั้งไทยและจีน ร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า ความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาไทย-จีน มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการมีความสัมพันธ์อันดีและยาวนานระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายได้ร่วมมือกันในหลายด้าน เช่น การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้ทันสมัย การจัดการเรียนการสอนร่วมกันภายใต้โครงการทวิวุฒิไทย-จีน ครอบคลุมสาขาต่างๆ

ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พ.ศ.2567 (ทวิวุฒิไทย-จีน) จำนวน 18 สาขาวิชา+ภาษาจีน พัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาทวิวุฒิ หลักสูตรดิจิทัล 20 รายวิชา+ภาษา ศูนย์ฝึกอบรมครูระดับชาติ 2 แห่ง ศูนย์การสร้างมาตรฐานและทรัพยากรอาชีวศึกษาไทย (สื่อดิจิทัล) 8 แห่ง ศูนย์โครงการทวิวุฒิรูปแบบ CCTE จำนวน 4 แห่ง แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ และความร่วมมือระหว่างไทย-จีน การประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือทางการศึกษา และจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาของทั้งสองประเทศ

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาของจีน พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษาของประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการต่อนโยบายและการพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศและเพื่อให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาที่ร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาจีนสามารถนำหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนทวิวุฒิไทย-จีน ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่และทันสมัย เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วสามารถทำงานในสถานประกอบการจีนในไทยได้ทันที และขณะนี้ทราบว่ามีความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ อาชีวศึกษาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก และสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมการจ้างงานและการประกอบการ ซึ่งจีนให้ความสำคัญต่ออาชีวศึกษาเป็นอย่างยิ่งและได้สร้างระบบการศึกษาอาชีวศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา วิทยาลัยอาชีวศึกษาจีนมากกว่า 100 แห่ง ได้ร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาไทย ตลอดจนมอบทุนการศึกษาให้แก่วิทยาลัยอาชีวศึกษาไทยเป็นจำนวนมาก

“ความร่วมมือเชิงลึกระหว่างไทย และจีน โดยคำนึงถึงความต้องการในการพัฒนาอุตสาหกรรม การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมผู้มีความสามารถให้มีความสอดคล้องกับความต้องการบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมปัจจุบันไทยและจีน กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ใหม่ของความร่วมมือด้านอาชีว ศึกษาที่ยั่งยืนและลึกซึ้งมากขึ้น โดยยึดมั่นในการบูรณาการการเรียนภาษาจีนและอาชีวศึกษา ซึ่งมุ่งเน้นแนวคิดในการให้ความรู้ที่สามารถใช้งานได้จริง และการสอนภาษาจีนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีกล่าว