วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรามานาน
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ปัจจุบัน มีพระภิกษุ 84 รูป สามเณร 450 รูป โดยมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสจำนวน 11 รูป ดูแลงานปกครองและการศึกษาพระปริยัติธรรมภายในวัด

วัดแห่งนี้ เดิมชื่อว่า วัดหงส์ สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราวปี พ.ศ.2307
มูลเหตุที่วัดแห่งนี้ชื่อว่า วัดโสธร เล่าสืบกันมาว่า มีหงส์อยู่บนยอดเสาใหญ่ ถูกลมพายุพัดลงมา ครั้นหงส์ตกลงมา เหลือแต่เสาใหญ่ จึงมีคนเอาธงขึ้นแขวนแทน ต่อมาเกิดลมพายุพัดเสาธงหักโค่นลงมาเป็นสองท่อน ประชาชนจึงตั้งชื่อว่า ‘วัดเสาทอน’

ครั้นต่อมา ค่อยเพี้ยนเรียกกันว่า ‘วัดโสธร’ จนกระทั่งปัจจุบันนี้
วัดโสธร เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของฉะเชิงเทรา หนึ่งใน “ตำนานพระพุทธรูปลอยน้ำ” ร่วมกับหลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโตบางพลี หลวงพ่อวัดเขาตะเครา อันลือลั่น
ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ประมาณกาล 200 กว่าปีล่วงมาแล้ว ได้มีพระพุทธรูป 5 องค์ ปาฏิหาริย์ลงมาจากทางเหนือ ลอยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดมา
พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์นี้ เข้าใจว่าปวงชนในกรุงศรีอยุธยา คงอาราธนาท่านลงสู่แม่น้ำ เพื่อหลบหนีข้าศึก ด้วยในสมัยนั้นบ้านเมืองได้เกิดสภาวะสงครามขึ้นกับพม่า

พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ ได้แสดงอภินิหารลอยล่องมาตามลำแม่น้ำ และบางครั้งก็แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ผุดให้ผู้คนเห็นตามลำดับ จนเป็นที่โจษจันกันทั่ว ถึงอภินิหารและความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน
“พระพุทธโสธร” หรือ “หลวงพ่อโสธร” เป็นพระพุทธปฏิมากรปูนปั้นลงรักปิดทอง พระวรกายแบบเทวรูป พระเกตุมาลาแบบปลี หรือทรงกรวย หมายถึงความอยู่เย็นเป็นสุข ตามคติของชาวจีน ข้อพระกรข้างขวามีกำไล
หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ คือ มีพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิเพชร พระชงฆ์ขวาทับพระชงฆ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้ายวางซ้อนกันอยู่บนพระเพลา มีส่วนสูง 6 ฟุต 7 นิ้ว พระเพลากว้าง 5 ฟุต 6 นิ้ว
ทรงจีวรบางแนบองค์ ประทับอยู่เหนือรัตนบัลลังก์ 4 ชั้น ปูลาดด้วยผ้าทิพย์ มีความหมายถึงการอยู่สูงสุด ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร บนแท่นชุกชีรวมทั้งหมด 18 องค์ หลวงพ่อโสธรอยู่ตรงกลาง
เล่าขานสืบต่อกันมาว่า หลวงพ่อโสธร เป็นหนึ่งในพระพุทธรูป 3 องค์บ้าง 5 องค์บ้าง เรียกขานพระพุทธรูปพี่น้องที่ลอยน้ำมา แล้วชาวบ้านอัญเชิญขึ้นจากน้ำมาบูชา
องค์พระพุทธรูปที่ลอยไปตามลำน้ำบางปะกง ขึ้นเหนือน้ำหน้าวัดหงส์ แปดริ้ว (ชื่อเดิมของวัดโสธรฯ) ชาวบ้านอาราธนาขึ้นประดิษฐานในพระอุโบสถ เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 ราวปี พ.ศ.2313 ต้นสมัยกรุงธนบุรี เรียกชื่อ “หลวงพ่อโสธร” สืบมา
แต่เดิมประดิษฐานอยู่ในโบสถ์หลังเก่าที่มีขนาดเล็ก รวมกับพระพุทธรูปอื่นๆ 18 องค์
กระทั่งในปี พ.ศ.2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาที่วัดแห่งนี้ มีพระราชปรารภเรื่องความคับแคบของพระอุโบสถเดิม
พระพรหมคุณาภรณ์ (เจียม จิรปุญโญ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา และอดีตเจ้าอาวาสจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ด้วยการสร้างขึ้นครอบพระอุโบสถหลังเดิม ใช้เทคนิควิศวกรรมสมัยใหม่ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายองค์หลวงพ่อพุทธโสธร และพระพุทธรูปทั้ง 18 องค์

วัดโสธร สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์นี้ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโสธร
เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองแปดริ้ว ฉะเชิงเทรามาตราบทุกวันนี้
วัตถุมงคลของหลวงพ่อโสธร ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดแบบใด ล้วนได้รับความนิยมเกือบทั้งสิ้น
สำหรับ “เหรียญหลวงพ่อโสธรรุ่นแรก” สร้างปี พ.ศ.2460 โดยขุนศิริพัฒน์ มัคนายกวัด เพื่อสมนาคุณผู้บริจาคซ่อมฐานชุกชี สมัยพระอาจารย์หลินเป็นเจ้าอาวาส
เป็นเหรียญพิมพ์ทรงอาร์มข้างเลื่อย มีหูห่วง จัดสร้างเป็นเนื้อทองคำ เงิน สำริด และทองแดง
ด้านหน้าเหรียญ รูปหลวงพ่อโสธร ใต้ฐานสลัก “พ.ศ.๒๔๖๐” จุดสังเกตอาสนะคมชัด ติ่งหูองค์พระแตก 2 แฉก มีอักษรไทย เขียนคำว่า “พระพุทธโสทร” (ใช้ ท.ทหาร) “เมืองฉเชิงเทรา” (ไม่มีสระอะ) ล้อมรอบองค์หลวงพ่อโสธร
ด้านหลังเหรียญ เป็นพิมพ์ยันต์ใหญ่ อักขระคมชัด ไม่มีขอบเหรียญ
เป็นเหรียญที่มีการปลอมเลียนแบบมาก ควรพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ