“พระครูเวชคามคณารักษ์” หรือ “หลวงพ่อตาบ อัตตกาโม” วัดมะขามเรียง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เป็นพระเกจิชื่อเสียงโด่งดัง
มีนามเดิมว่า ตาบ คชรินทร์ เกิดวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย.2454 ณ บ้านกระโดน ต.ไผ่ขวาง อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เป็นบุตรชายคนเดียวของครอบครัว

หลวงพ่อตาบ อัตตกาโม
ครั้นพอเติบโตได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนวัดศักดิ์ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลับมาช่วยบิดา-มารดาทำงาน
ระหว่างนี้ ตาแจ้งผู้มีความเชี่ยวชาญด้านอักขระ ด้านเลขยันต์ เวทมนตร์พุทธาคม ได้สอนฝึกจนพอมีความสามารถด้านนี้แต่เยาว์วัย
ครั้นอายุครบ 21 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดมะขามเรียง เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2476 มีพระครูศรีคณาภิบาล (โฉม) วัดดอนพุด เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการแซ วัดบ้านร่อม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการปลั่ง เจ้าอาวาสวัดมะขามเรียง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษา ณ วัดมะขามเรียง ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จน พ.ศ.2480 สอบได้นักธรรมชั้นเอก
นอกจากนี้ ยังศึกษาวิชานักเทศน์กับพระครูพรหม พระนักเทศน์ที่มีชื่อเสียงแห่งวัดสามง่าม กรุงเทพฯ จนสามารถเทศน์ได้ดีเยี่ยมเป็นที่ประทับใจ ต่อมาหันกลับไปศึกษาด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน
พ.ศ.2497 เดินทางไปศึกษาวิชากัมมัฏฐานกับพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ) วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทย จนมีความชำนาญ จึงกลับมายังวัดมะขามเรียง ตั้งสำนักปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีลูกศิษย์มากมายมาขอฝึกปฏิบัติกับหลวงพ่อเป็นจำนวนมาก
ด้านวิทยาคม นอกจากศึกษาวิทยาคมกับคุณตาแล้ว ยังได้ศึกษากับพระน้าชาย ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในครั้งอดีตคือ พระครูประสาธน์วิทยาคม (หลวงพ่อนอ) วัดกลางท่าเรือ จ.พระศรีอยุธยา ผู้กระฉ่อนชื่อด้านตะกรุดหน้าผากเสือ

นอกจากหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือแล้ว หลวงพ่อยังได้ศึกษาวิชากับหลวงพ่อพิณ วัดมะขามโพรง และเคยเดินทางไปศึกษากับหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ซึ่งหลวงพ่อตาบก็ทำมีดหมอได้เข้มขลังเช่นกัน
สำหรับหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค มีความสนิทสนมกัน เพราะเคยเดินทางไปมาหาสู่อยู่บ่อยครั้ง ได้สนทนาธรรมและวิชาความรู้ต่างๆ มากมาย
พ.ศ.2489 คณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส จากนั้นร่วมกับชาวบ้านพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ
ด้านวัตถุมงคลของหลวงพ่อตาบที่จัดสร้าง อาทิ ตะกรุดโทน ตะกรุดสามพี่น้อง ตะกรุดนวโลกุตระ (9 ดอก) ตะกรุดหน้าผากเสือ เหรียญรุ่นต่างๆ พระชัยวัฒน์ พระกริ่งเวชคาม รูปเหมือนกริ่ง มีดหมอ พระผงต่างๆ ผ้ายันต์ แหวนถักด้วยเชือกและจีวร เป็นต้น ล้วนแต่มีประสบการณ์กับผู้ที่ห้อยพระเครื่องหรือวัตถุมงคลของหลลวงพ่อตาบ
โดยเฉพาะตะกรุดหน้าผากเสือ ที่ใครหลายคนต้องการ โดดเด่นไม่แพ้ตะกรุดหลวงพ่อนอ จันทสโร วัดกลางท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เลยทีเดียว
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2509 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2511 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามพระครูอัตถจริยานุกูล พ.ศ.2527 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกในราชทินนามเดิม

พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเจ้าคณะอำเภอบ้านหมอ ในราชทินนามพระครูเวชคามคณารักษ์
วันที่ 31 ธันวาคม 2532 หลวงพ่อตาบละสังขารลง
จนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 ครบรอบวันละสังขารครบ 19 ปี กุฏิของท่านเก่าทรุดโทรม พระครูศุภธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอบ้านหมอ และเป็นเจ้าอาวาสวัดมะขามเรียง พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และคณะกรรมการวัด ได้ร่วมเป็นสักขีพยานเปิดกุฏิหลวงพ่อตาบ และได้นำวัตถุมงคลที่เหลือของท่าน เปิดให้เช่าบูชา
ต่อมาวันที่ 17 พ.ค.2554 พระครูศุภธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอบ้านหมอและเจ้าอาวาสวัดมะขามเรียง จ.สระบุรี คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์ เคลื่อนย้ายสรีระซึ่งบรรจุไว้ในโลงแก้ว ซึ่งมีสภาพไม่เน่าเปื่อยเป็นที่อัศจรรย์

ย้อนกลับไปในห้วงที่ยังมีชีวิต จัดสร้างวัตถุมงคล “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี 2515” เป็นเหรียญที่ผู้คนต่างเสาะแสวงหามาไว้ในครอบครอง
ลักษณะเป็นทรงเสมารูปเหมือนเต็มองค์ มีหูห่วง จัดสร้างจำนวน 6,000 เหรียญ เป็นเหรียญเนื้ออัลปาก้า
ด้านหน้าขอบทำเป็นลายกระหนก ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อตาบนั่งขัดสมาธิเต็มองค์
ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “หลวงพ่อตาบ”
ด้านหลังไม่มีขอบ ตรงกลางเป็นยันต์ประจำตัว ใต้ยันต์เขียนว่า “วัดมะขามเรียง”
วัตถุมงคลที่จัดสร้างล้วนแต่มีความประณีต เข้มขลังจากการปลุกเสกโดยพระเกจิคณาจารย์ดัง