เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนา พระเทพเวที เป็น พระธรรมวชิโรดม วิกรมปริยัตินายก สาธกธรรมวิจิตร ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นธรรม สถิต ณ วัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพฯ มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 6 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย.2567 ประกาศ ณ วันที่ 12 มิ.ย.2567
พระธรรมวชิโรดม (พล อาภากโร) เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา เป็นพระนักปกครอง และนักการศึกษา มีหน้าที่รับผิดชอบและสนองงานคณะสงฆ์ ด้วยความเรียบร้อยและเจริญก้าวหน้าด้วยดีตลอดมา
ปัจจุบัน สิริอายุ 61 ปี พรรษา 38 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ, เจ้าคณะภาค 6, เลขานุการศูนย์ควบคุมการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นต้น
มีนามเดิม พล ไชยวิชู เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2506 ที่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 2 ต.วรนคร อ.ปัว จ.น่าน บิดา-มารดา ชื่อ นายศรีลา และนางแสงออน ไชยวิชู
ช่วงอายุ 10 ขวบ เข้าพิธีบรรพชา ในวันที่ 14 พ.ค.2516 ที่วัดภูเก็ต อ.ปัว จ.น่าน มีพระครูสิริบุญญาทร วัดเฮี้ย อ.ปัว จ.น่าน เป็นพระอุปัชฌาย์
ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2522 จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ สำนักเรียนวัดพญาภู จ.น่าน
พ.ศ.2523 สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค สำนักเรียนวัดพญาภู
จากนั้น มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอย่างจริงจัง แต่ด้วยในต่างจังหวัด ยังไม่มีความพร้อมหลายด้าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง จำพรรษาอยู่ที่วัดสังเวชวิศยาราม และไปเรียนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ที่สำนักเรียนวัดสามพระยา
กระทั่งอายุ 23 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ตรงกับวันที่ 10 เม.ย.2529 ที่วัดสังเวชวิศยาราม มีพระราชรัตนโสภณ (จันทร์ จันทสิริ) วัดสังเวชวิศยาราม เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมสิทธิเวที (ถมยา อภิจาโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระโสภณรัตนาภรณ์ วัดสังเวชวิศยาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระราชคุณาภรณ์ (กานต์ สุปุญโญ) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระภัทรสารมุนี วัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.2530 สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค สำนักเรียนวัดสามพระยา กรุงเทพฯ
ต่อมา พ.ศ.2532 สำเร็จปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) สาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ.2535 สำเร็จปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
พ.ศ.2535 สำเร็จปริญญามหาบัณฑิต (M.A.) สาขาอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเดลี ประเทศอินเดีย
พ.ศ.2541 สำเร็จปริญญาเอก (Ph.D.) สาขาอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเดลี ประเทศอินเดีย
สำหรับงานด้านการศึกษา ถือว่าเป็นงานที่มีความถนัด มีความชำนาญ มีใจรักเป็นอย่างยิ่ง ทำหน้าที่ในงานด้านนี้ อาทิ งานด้านวิชาการพระพุทธศาสนา, ภาษาอังกฤษ, บรรยายเชิงวิชาการด้านศาสนา-ปรัชญา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, คอมพิวเตอร์ ฯลฯ
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2550 เป็นรองเจ้าคณะภาค 6 พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 6 พ.ศ.2565 เป็นเจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร
เป็นประธานสหภูมิสงฆ์จังหวัดน่าน, ผู้ช่วยเลขานุการศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุ, พระอุปัชฌาย์วิสามัญ ฯลฯ
งานฝ่ายการศึกษา พ.ศ.2547 เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พ.ศ.2548 เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ พ.ศ.2549 เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย พ.ศ.2554 เป็นคณบดีคณะพุทธศาสตร์
พ.ศ.2561 เป็นรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ผลงานทางวิชาการ อาทิ เขียนหนังสือ “มหาเรียนภาษาอังกฤษ” ซึ่งเป็นหนังสือวิชาการ เพื่อประโยชน์แก่ผู้ศึกษาภาษาบาลีนำไปประยุกต์เรียนภาษาอังกฤษ, เขียนบทความเชิงวิชาการเช่น “หลักการแปลภาษาไทยเป็นมคธ” และบทความอื่นๆ กว่า 10 เรื่อง ลงในนิตยสารพุทธจักร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และวารสารอื่นๆ เป็นประจำ
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสิทธิมุนี พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชวรมุนี
พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเวที
ล่าสุด พ.ศ.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวชิโรดม
ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของพระอารามอย่างดียิ่ง