วันที่ 10 พ.ย.2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระราชวัชรสารบัณฑิต เป็น พระเทพวัชรสารบัณฑิต ปริยัติกิจสุพิธาน ไพศาลพัฒนาธุราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นเทพ สถิต ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.2567 ประกาศ ณ วันที่ 10 พ.ย.2567
“พระเทพวัชรสารบัณฑิต” หรือ “เจ้าคุณประสาร จันทสาโร” เป็นพระนักการศึกษา พระนักปกครอง และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งของคณะสงฆ์
ปัจจุบันสิริอายุ 56 ปี พรรษา 33 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฝ่ายวางแผนและพัฒนา
มีนามเดิมว่า ประสาร หนองพร้าว เกิดเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2512 บ้านโคกก่อง ต.โพนสูง อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด บิดา-มารดา นายทองสา และ นางบุญ หนองพร้าว
อายุ 11 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่วัดสุวรรณาราม จ.ร้อยเอ็ด
ศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2526 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก วัดท่ากกแก สำนักเรียนคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ และสอบไล่ได้เปรียญธรรม 1-2 ที่สำนักเรียนคณะจังหวัดร้อยเอ็ด
ตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนพระปริยัติธรรม กระทั่งอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2533 ที่วัดทองศาลางาม แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ มีพระวิเชียรมุนี วัดคูหาสวรรค์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูใบฎีกาบุญล้วน วัดทองศาลางาม เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูโสภณบุญโญภาส วัดคูหาสวรรค์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มีความชำนาญ การปาฐกกถาและบรรยายธรรม สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในโปรแกรมทำงานได้ แต่งหนังสือธรรมะ เรื่อง แนวคิดของท่านพุทธทาสภิกขุต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2552 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
วิทยฐานะ พ.ศ.2534 สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี พุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.2541 สำเร็จการศึกษาปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
พ.ศ.2561 สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
งานด้านการศึกษา พ.ศ.2541 เป็นผู้อำนวยการกองการกิจการนิสิต พ.ศ.2549 เป็นผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการและเลขานุการฝ่ายปฏิคม พิธีประสาทปริญญา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พ.ศ.2552 เป็นรองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการโรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และเป็นกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พ.ศ.2561 รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พ.ศ.2562 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองศาสตราจารย์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2548 เป็นพระครูฐานานุกรม ในพระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธัมมจิตโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสที่ “พระครูสังฆพินัย” พ.ศ.2552 เป็นพระครูฐานานุกรม ในพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธัมมปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ จ.พะเยา ที่ “พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ”
พ.ศ.2554 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนามที่พระเมธีธรรมาจารย์
พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชวัชรสารบัณฑิต
ล่าสุด วันที่ 10 พ.ย.2567 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพวัชรสารบัณฑิต
ในปี พ.ศ.2558 เคยเป็นเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2567 ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ประกาศยุติบทบาททั้งหมด หลังทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์และอุดมการณ์มายาวนานกว่า 23 ปี
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน แต่ความมุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ยังคงปฏิบัติอยู่โดยมิรู้เหน็ดเหนื่อยและเต็มกำลัง