องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญของประเทศไทย อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร มีประวัติความเป็นมายาวนานในแผ่นดินสุวรรณภูมิ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ ตั้งอยู่ใน ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 60 กิโลเมตร
มีตำนานเล่าบอกถึงเรื่องราวพระยากงกับพระยาพาน ซึ่งเป็นพ่อลูกกัน แต่ต้องมาประหัตประหารกันในภายหลัง เนื่องจากไม่ทราบว่าเป็นพ่อลูกกัน ต่อมาพระยาพานผู้เป็นลูกจึงได้สร้างพระเจดีย์ใหญ่สูงเท่านกเขาเหินเป็นการไถ่บาป

พระปฐมเจดีย์สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงส่งสมณทูตมาเผยแผ่พระศาสนา นักปราชญ์ทางโบราณคดีเห็นพ้องกันว่า พระโสณเถระและพระอุตตรเถระ เป็นสมณทูตและมาตั้งหลักฐานประกาศหลักธรรมคำสอนที่นครปฐมเป็นครั้งแรก ในพุทธศตวรรษที่ 3 และได้สร้างพระเจดีย์ทรงบาตรคว่ำ แบบเจดีย์สาญจีในประเทศอินเดียไว้
ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงผนวช เสด็จธุดงค์มานมัสการ ทรงเห็นเป็นเจดีย์ยอดปรางค์ สูง 42 วา
เมื่อทรงลาผนวชและเสวยราชสมบัติแล้ว ในราว พ.ศ.2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาลักษณะการก่อสร้างและสภาพโดยทั่วไป ทรงเห็นว่าน่าจะเป็นพระสถูปเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เพราะมีรูปทรงเดียวกับพระสถูปรามเจดีย์ ในกรุงอนุราชบุรี เกาะสิงหลทวีปหรือประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน ทรงเชื่อมั่นว่าเป็นพระเจดีย์องค์แรกที่สร้างขึ้นในแถบนี้และเป็นวัดแรก ทรงพระราชทานนามพระสถูปเจดีย์ว่า “พระปฐมเจดีย์” และพระราชทานนามวัดว่า “วัดพระปฐมเจดีย์”
เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อปี พ.ศ.2396 โดยทรงโปรดให้ก่อพระเจดีย์ทรงลังกาครอบพระเจดีย์องค์เดิมไว้ อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ และทรงให้จำลองพระเจดีย์ทรวดทรงเดิมไว้ ทางทิศใต้ของพระปฐมเจดีย์

เจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร)
การก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ.2413 รวมเวลาก่อสร้าง 17 ปี ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ 3 เส้น 1 คืบ 6 นิ้ว หรือประมาณ 120.45 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 16 วา 3 ศอก หรือประมาณ 233.50 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้งามสง่ายิ่งขึ้น และนับเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6
ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระปฐมเจดีย์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว … ครั้งหนึ่ง ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 สมัยดำรงพระอิสริยยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ทรงแปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังสนามจันทร์ ทรงพบพระบรมสารีริกธาตุจากองค์พระปฐมเจดีย์เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั้งองค์ ทรงมีจดหมายเหตุกราบถวายรายงานต่อพระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสว่า “… เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นผ่านไปทางนครปฐม ก็พบปาฏิหาริย์แบบนี้เช่นกัน มีรับสั่งให้มหาดเล็กตรวจค้นหาดูว่า มีผู้ใดแกล้งทำให้เป็นไปแบบนั้นหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่มี …”
องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก วัดพระปฐมเจดีย์ กำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ในวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน เป็นประจำทุกปี

เหรียญพระปฐมเจดีย์ (รุ่นแรก) จัดสร้างโดยเจ้าพระยาเทเวศรวงศวิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) อดีตเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเจ้าของโรงละครดึกดำบรรพ์ โรงละครชื่อดังในยุคนั้น เนื่องในโอกาสทำบุญฉลองพระชนมายุครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2465
นับเป็นการบำเพ็ญกุศลครั้งยิ่งใหญ่โดยนิมนต์พระสงฆ์ 200 รูป รับบิณฑบาต
ในวันที่ 15 ธ.ค.2465 ยังได้จัดสร้างพระพุทธรูป สูง 2 ศอกคืบ 4 นิ้ว 1 องค์ “พระเจดีย์ทองเหลือง” สูง 1 คืบ 6 นิ้ว ฐานกว้าง 11 นิ้ว 18 องค์ เป็นแบบจำลองพระปฐมเจดีย์นครปฐม และสร้างเหรียญพระปฐมเจดีย์ จำนวน 10,000 เหรียญ เพื่อแจกจ่ายเป็นที่ระลึก และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ท่านก็ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2466 ลักษณะเป็นเหรียญเสมาคว่ำ มีหูเชื่อม ด้านหน้าเป็นรูปองค์พระปฐมเจดีย์
ด้านหลังเขียนอักขระขอม ด้านล่างเขียนว่า “สร้างเมื่อ พ.ศ.2465” เชื่อกันว่าเหรียญพระปฐมเจดีย์รุ่นแรก น่าจะต้องผ่านพิธีปลุกเสกที่เข้มขลังจากพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในยุคนั้นอย่างแน่นอน แต่ไม่มีหลักฐานระบุเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นรูปใดบ้าง
แต่แค่เพียงเฉพาะเกียรติคุณผู้สร้าง กับทั้งปาฏิหาริย์แห่งองค์พระปฐมเจดีย์ที่นำมาจำลองในเหรียญ เพียงพอที่จะส่งให้เหรียญได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง