พระมงคลเทพโมลี (สุพจน์ โชติปาโล) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่สาธุชนให้ความเลื่อมใสศรัทธา
มีนามเดิมว่า โพธิ์ สมนึกแท่น (ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นสุพจน์) เกิดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2471 ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 8 แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ บิดา-มารดา ชื่อ นายปลื้ม และนางแช่ม สมนึกแท่น
ช่วงเยาว์วัยได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากบิดามารดา ตามสมควรแก่ฐานะ จนถึงวัยอันสมควร จึงเข้าเรียนในโรงเรียนวัดแสนเกษม ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน
เวลาต่อมาบิดาได้นำ ด.ช.โพธิ์ ไปฝากไว้กับหลวงปู่เปรม เจ้าอาวาสวัดแสนเกษม ให้อยู่เป็นเด็กวัด รับใช้หลวงปู่และเรียนหนังสือไทยในโรงเรียนวัด เพื่อตัดปัญหาในการเดินทาง ครอบครัว พ่อแม่ก็มาทำบุญที่วัดเป็นประจำ ได้รับรู้ความเป็นอยู่ตลอดเวลา ตัดปัญหาเรื่องความห่วงหากังวลใจ
เมื่อเรียนหนังสือจบชั้นประถมบริบูรณ์ (ประถมปีที่ 4) ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ก็กลับมาอยู่ที่บ้าน ด้วยหวังจะช่วยครอบครัวประกอบอาชีพ และเป็นการฝึกงานเตรียมตัวเป็นเกษตรกรสืบไป

พ.ศ.2485 อายุได้ 14 ปี พ่อนำลูกชายกลับเข้าวัดอีกครั้ง บรรพชาเป็นสามเณร โดยมีพระครูมนูญสีลขันธ์ วัดหนองจอก เป็นพระอุปัชฌาย์ และอยู่ที่วัดแสนเกษมกับหลวงปู่เปรมอีกครั้ง แต่คราวนี้หลวงปู่เปรมมีอายุมากแล้ว
เพียง 2 พรรษา หลวงปู่เปรมมรณภาพ และในช่วง 2 พรรษา สามเณรโพธิ์สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ตามลำดับ
ในเวลานั้นพระครูวินัยธรทองศุข สิริวัฑฒโน (เงินมา) ที่รู้จักกันต่อมา คือหลวงปู่ศุข ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดสุทัศนเทพวราราม เห็นว่าวัดอยู่ในย่านอันตราย ท่านจึงออกไปจำพรรษาที่วัดแสนเกษม แถวหนองจอก ด้วยยังมีความปลอดภัย ด้วยห่างจากเขตสู้รบ
ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดแสนเกษม จนญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามสงบ พ.ศ.2487 สงครามสงบแล้วหลวงปู่ศุขจึงย้ายกลับวัดสุทัศน์ และได้ให้สามเณรโพธิ์ติดตามมา ด้วยมองเห็นแววและความใฝ่ใจในการศึกษาเล่าเรียน พอที่จะปลูกฝังให้เป็นศาสนทายาทและเป็นกำลังสำคัญในการธำรงพระศาสนาสืบไปในอนาคต ได้นำสามเณรมาฝากไว้ในสังกัดวัดสุทัศนเทพวรารามกับพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น
ในปี พ.ศ.2489 สามเณรโพธิ์สอบได้นักธรรมชั้นเอก ในสำนักเรียนวัดสุทัศนเทพวราราม
กระทั่งเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2492 เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดสุทัศนเทพวราราม โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (โฉม ฉันโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระศรีสมโพธิ (เสงี่ยม จันทสิริ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยตินธโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า โชติปาโล
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2498 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร พ.ศ.2504 เป็นพระวินยาธิการ พ.ศ.2518 เป็นหัวหน้าสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส พ.ศ.2521 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดมงคลรัตนาราม เมืองซานฟรานซิสโก พ.ศ.2524 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า
พ.ศ.2525 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดพระศรีรัตนาราม เมืองเซนต์หลุยส์ พ.ศ.2529 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดพุทธจักรมงคลรัตนาราม เมืองฮาวาย พ.ศ.2530 เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2533 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดมงคลรัตนาราม เมืองซานดิเอโก พ.ศ.2539 เป็นประธานกรรมการบริหารวัดมงคลรัตนาราม เมืองฟอร์ตวอลตันบีช
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2497 เป็นพระปลัดฐานานุกรมในพระพุทธิญาณมุนี (พุฒ) พ.ศ.2501 เป็นพระครูปลัดฐานานุกรมใน พระราชพุทธิญาณมุนี พ.ศ.2503 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูพุทธมนต์วราจารย์
พ.ศ.2510 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระพุทธมนต์วราจารย์ วิ. พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระมงคลราชมุนี
พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระมงคลเทพโมลี
พระมงคลเทพโมลี (สุพจน์ โชติปาโล) มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2551 สิริอายุ 80 ปี พรรษา 59