ในเขตคลองสาน กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี ที่มีพระอารามหลวงที่มีความงดงามหลายแห่ง
เขตคลองสานเป็นเขตอนุรักษ์เมืองเก่า นอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมทางฝั่งธนบุรี เขตคลองสานยังมีวัดที่มีผู้คนนิยมเดินทางเข้ามาสักการะ คือ “วัดทองธรรมชาติ”

‘วัดทองธรรมชาติวรวิหาร’ เลขที่ 3499 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงวัดทองนพคุณ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา
เดิมเป็นวัดราษฎร์ และเป็นวัดโบราณ ซึ่งไม่ปรากฏว่าสร้างมาแต่สมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง แต่เรียกกันว่า วัดทองบน เนื่องจากมีวัดทองตั้งอยู่ใกล้กัน 2 วัด

สันนิษฐานกันว่าวัดทองธรรมชาติอาจสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา และได้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา
ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ประมาณ พ.ศ.2330 พระองค์เจ้าหญิงกุ (ต่อมาคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนรินทรเทวี) ซึ่งคนทั้งหลายขานพระนามว่า “เจ้าครอกวัดโพธิ์” พระขนิษฐาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมด้วยกรมหมื่นนรินทรพิทักษ์พระภัสดา ทรงมีพระศรัทธาบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างอุโบสถ วิหาร และเสนาสนะวัดทองบนขึ้นใหม่ทั้งวัด
กรมหมื่นนรินทรพิทักษ์ทรงวางผังสร้างอุโบสถใหม่โดยขยายให้กว้างขึ้นและย้ายสถานที่ตั้งใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ของวัด

บรรยากาศในบริเวณวัดทองธรรมชาติถือว่ามีความสงบร่มรื่นพอสมควร กุฏิสงฆ์เป็นทรงไทย ตั้งไว้เป็นหมู่แถวอย่างมีระเบียบ มีความสะอาดตา
ทำให้การเที่ยวชมวัด นอกจากจะได้รับความเบิกบานใจ ได้เห็นความงดงามของสิ่งปลูกสร้างและบรรยากาศของความเงียบสงบ อันเป็นศาสนปฏิบัติของชาวพุทธทั่วไปแล้ว ยังได้ความสุขสงบให้เกิดในจิตใจ
เดินผ่านลานวัดเข้าไปไหว้พระในพระอุโบสถ เราจะได้พบกับความงดงามด้านใน พระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถนี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานนามแก่พระประธานองค์นี้ว่า “พระพุทธชินชาติ มาศธรรมคุณ”

พระพุทธชินชาติ มาศธรรมคุณ มีขนาดหน้าตัก 4 ศอก 4 นิ้ว มีพระอัครสาวกอยู่ด้านซ้ายและขวาสององค์ประดิษฐานบนแท่นชุกชีและมีตู้พระไตรปิฎก
ภายในมีธรรมาสน์ไม้สร้างแบบเป็นบุษบกสามชั้น ว่ากันว่าเป็นที่ประทับในงานพระราชพิธีโสกันต์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ
ส่วนจิตรกรรมฝาผนังด้านในก็งดงามไม่แพ้กัน ด้านหลังพระพุทธรูปประธาน เป็นภาพไตรภูมิ ส่วนด้านตรงข้ามพระประธานเป็นภาพพระพุทธประวัติตอนมารผจญ

ส่วนด้านข้างของพระอุโบสถก็เป็นภาพเทพชุมนุมและภาพพุทธประวัติ รวมถึงภาพวิถีชีวิตของประชาชนในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ด้วย
กล่าวกันว่าจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติฯ มีความงดงามมาก เขียนขึ้นราวปี พ.ศ.2374 ลักษณะจิตรกรรมเป็นไปตามแบบแผนและระเบียบที่นิยมกันในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพชำรุดลบเลือนจำเป็นต้องอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดี เพื่อธำรงไว้ซึ่งคุณค่าของจิตรกรรมไทยโบราณ
ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติฯ เป็นภาพพุทธประวัติไตรภูมิพระร่วง เทพชุมนุม ฤาษี และวิทยาธร โครงสีโดยรวมเป็นสีแดง มีการใช้คู่สีเขียวกับสีแดงหลายแห่ง เทคนิคการเขียนภาพเป็นแบบศิลปะตกแต่ง (Decorative art)
โดยเขียนภูเขาแบบจีนคือ เขียนให้ม้วนเป็นคลื่นระบายด้วยสีอ่อนแล้วแต่งตามขอบสันเหลี่ยมด้วยสีดำ ส่วนการเขียนรูปแบบทางสถาปัตยกรรม และลีลาของบุคคลมีรูปแบบเช่นเดียวกับภาพจิตรกรรมไทยทั่วไป

หากเดินชมวัดจนเมื่อยขบ ลองหามุมสงบที่นั่งดีๆ แวะพักสัก 5-10 นาที พอหายเหนื่อย จากนั้นเดินไปชมสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ พระวิหาร ด้วยเป็นวิหารแบบสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองปางมารวิชัย จำนวน 10 องค์ ประดิษฐานบนแท่นชุกชี
ในพระวิหารมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ 1 องค์ และมีองค์เล็กกว่าตั้งลดหลั่นลงมาอีก 3 แถว มีลักษณะอย่างเดียวกันทุกองค์ สมควรที่เราจะแวะเข้าไปกราบนมัสการและนั่งชมความงามภายในวิหาร ถือโอกาสนั่งพักไปในตัวเสียด้วย
นอกจากนี้ ยังมีกุฏิสงฆ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 หลายหลัง หอระฆัง 3 ชั้น รูปร่างคล้ายป้อมฝรั่ง และมีศาลาโถงสร้างไว้ตรงมุมกำแพงแก้วทั้ง 4 มุม
สำหรับการเดินทางไปวัดทองธรรมชาติฯ มีรถประจำทางหลายสาย หากมาแถวนั้นแล้วยังหาไม่เจอวัด ลองสอบถามคนแถวนั้นดู จะได้รับความสะดวกทีเดียว
ทั้งนี้ ขอแนะนำว่าอย่านำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามา ด้วยภายในวัดมีสภาพไม่กว้างขวางเท่าใด อีกทั้งมีที่จอดรถอย่างจำกัด
ในท่ามกลางสังคมเมืองกรุงอันวุ่นวาย วัดทองธรรมชาติฯ ยังคงเป็นศูนย์รวมใจของชุมชนฝั่งคลองสาน สะท้อนภาพวิถีชีวิตชาวบ้านเคียงคู่การดำรงคงอยู่ของวัดไทย
ถ้าหากมีเวลาก็ควรหาโอกาสมาเยือนได้ที่เขตคลองสานนี้