“วัดดอยเทพเนรมิต” เป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางลำน้ำอูน บ้านนาเลา ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร มีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสไปเยือนมา
เมื่อยืนบนสันเขื่อนน้ำอูน มองไปที่ตั้งวัด จะเห็นพระพุทธรูปลีลา “ภูมินพคุณ” ยืนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดเขาท่ามกลางแมกไม้เขียวขจี เป็นวัดหนึ่งเดียวที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ

ปัจจุบัน พระครูวรธรรมโชติ หรือ หลวงปู่สุดใจ อนุตตโร พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด
จากการบอกเล่าของหลวงปู่สุดใจ ทราบว่า เดิมเป็นที่พักสงฆ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2457 หากนับเวลาจนถึงปัจจุบันวัดแห่งนี้ก็มีอายุมากกว่า 100 ปี
ในสมัยนั้นมีพระสงฆ์เดินทางมาจากภูเขาควาย ประเทศ สปป.ลาว มาสร้างเป็นที่พักสงฆ์ปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นป่าที่สงบร่มรื่นอุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม

แต่ต่อมาไม่มีพระสงฆ์มาอยู่จำพรรษา กลายเป็นที่พักสงฆ์ร้าง
จวบจนกระทั่ง พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ธุดงค์วัตรมาปฏิบัติธรรมที่นี่ เห็นว่าเป็นสถานที่เงียบสงบเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมท่านจึงมอบหมายให้ หลวงปู่พรม หลวงปู่ศรี มหาวีโร พัฒนาที่พักสงฆ์แห่งนี้ให้เป็นวัดป่า ช่วงแรกเรียกว่า “วัดดอย”
ต่อมา หลวงปู่สมัย วัดป่าโนนแสงทอง เดินทางมาจำพรรษาปกครองวัดแห่งนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดดอยเทพเนรมิต”

หลวงปู่สุดใจ อนุตตโร
หลายปีต่อมา หลวงปู่สมัยย้ายกลับไปจำพรรษาที่วัดป่าโนนแสงทอง จึงมอบหมายให้หลวงปู่สุดใจ อนุตตโร จากวัดศรีจำปาชนบท อ.พังโคน จ.สกลนคร ปกครองดูแลพัฒนาวัดนี้ในปี พ.ศ.2538
โดยทุ่มเทแรงกายแรงใจ ร่วมกับญาติโยมพัฒนาวัดแห่งนี้เจริญรุ่งเรือง อาทิ สร้างถนนขึ้นวัด สร้างกุฏี สร้างวิหารทรงเหลี่ยม 3 ชั้น สร้างพระพุทธลีลาสูง 9 เมตรเศษ ชื่อพระพุทธรูปลีลาภูมินพคุณ ประดิษฐานบนดาดฟ้าวิหาร และขณะนี้กำลังก่อสร้างอุโบสถน้ำ เป็นต้น

หลวงปู่สุดใจ สิริอายุ 79 ปี พรรษา 59 เป็นพระวิปัสสนาจารย์ สืบสายธรรมจากบูรพาจารย์สายพระป่าหลายท่าน อาทิ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร จ.สกลนคร, หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา เป็นต้น
มีนามเดิม นายสุดใจ พาพิจิตร เกิดเมื่อวันที่ 23 ก.พ.2489 ที่ ต.ตาลเนิ้ง อ.สว่าง ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา หลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน ออกมาช่วยงานครอบครัว
อายุ 18 ปี บรรพชาที่วัดในหมู่บ้าน
อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ในปี พ.ศ.2509 เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดคามวาสี อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร มีพระครูพุฒิวราคม เป็นพระอุปัชฌาย์
ด้วยความมุ่งมั่นต้องการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ลึกซึ้งจึงไปจำพรรษาอยู่วัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร อุปัฏฐากรับใช้และฝึกกัมมัฏฐานกับหลวงปู่ฝั้นอาจาโร อยู่ระยะหนึ่งจากนั้น หลวงปู่ฝั้น ได้ให้หลวงปู่สุดใจไปฝึกกัมมัฏฐาน ปฏิบัติธรรม อยู่กับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน นานถึง 18 พรรษา

จึงกราบลาหลวงพ่อพุธ เดินทางออกธุดงค์ขึ้นไปตามป่าเขาทางภาคเหนือ มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป อาทิ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่, หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ เป็นต้น
หลายปีต่อมาเดินทางกลับมายังภาคอีสานบ้านเกิด เข้ากราบสักการะขอฝากตัวฝึกเรียนกัมมัฏฐานจากบูรพาจารย์ที่มีชื่อเสียง อาทิ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล, หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นต้น

ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดศรีจำปาชนบท อ.พังโคน จ.สกลนคร จนถึงปี พ.ศ.2538 ได้รับมอบหมายให้มารับหน้าที่เจ้าอาวาสวัด ดูแลพัฒนาวัดดอยเทพเนรมิต จวบจนปัจจุบัน
ด้านวัตถุมงคล จัดสร้างออกมาหลายรุ่น เพื่อหาปัจจัยสมทบทุนพัฒนาวัด แต่รุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมที่เลื่อมใสศรัทธาท่านมี 2 รุ่น คือ รูปหล่อหลวงปู่สุดใจ สร้างน้อยมาก อาทิ เนื้อทองคำ 2 องค์ เนื้อเงิน 50 องค์ เนื้อนวะ 78 องค์ เป็นต้น

เหรียญหล่อ รุ่น ร.ศ.241 จำนวนการสร้างประกอบด้วย เนื้อทองคำ 2 เหรียญ เนื้อเงินก้นเดือย 19 เหรียญ เนื้อเงินบริสุทธิ์ 39 เหรียญ เนื้อนวะ 66 เหรียญ เนื้อทองแดงโบราณ 109 เหรียญ และเนื้อทองเหลืองโบราณ 300 เหรียญ
หากนักท่องเที่ยวสายธรรมมีโอกาสเดินทางมายัง จ.สกลนคร ไม่ควรพลาดแวะเที่ยวชมวัดดอยเทพเนรมิต เข้ากราบสักการะขอพรจากหลวงปู่สุดใจ พระปฏิบัติดีเพื่อความเป็นสิริมงคล