“หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ” หรือ “พระครูปิยนนทคุณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดตะเคียน ถนนพระราม 5 (นครอินทร์) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พระเกจิอาวุโสของจังหวัดนนทบุรี
มีนามเดิม แย้ม ปราณี เป็นชาวสมุทรสาคร เกิดที่ ต.เจ็ดริ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 พ.ค.2459
อายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร มีพระครูคณาสุนทรนุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอบ้านแพ้ว เป็นพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการเหลือ เจ้าคณะตำบล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ชื่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายานาม ปิยวัณโณ

หลวงปู่แย้ม ปิยวัณโณ
มีความเคร่งครัดในวัตรปฏิบัติเป็นอันมาก รวมทั้งยังตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างเอาจริงเอาจัง จนสอบได้นักธรรมตรี
พอย่างเข้าพรรษาที่ 2 ท่านเกิดอาพาธหนัก จนบิดาต้องมารับกลับไปรักษาตัวที่บ้าน ได้หมอนุ่มเป็นคนต้มยาสมุนไพรไทยรักษาจนหาย พักรักษาตัวอยู่เกือบเดือน จึงกลับไปจำพรรษาที่วัดได้ตามเดิม
สมัยยังเป็นพระหนุ่ม มีงานช่าง คือเป็นช่างพิมพ์กระเบื้องในโรงงานของวัด วันหนึ่งต้องพิมพ์ให้ได้ถึง 530 แผ่น เพื่อให้ทันเวลาที่จะนำไปสร้างกุฏิสงฆ์หลังใหม่ จนอาจกล่าวได้ว่ากระเบื้องทุกแผ่นที่ใช้สร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ หรือกุฏิสงฆ์ ล้วนเป็นฝีมือทั้งสิ้น
นอกจากงานด้านช่างแล้ว ยังศึกษาวิชาหมอยาเพื่อสงเคราะห์ชาวบ้านแถบนั้นด้วย โดยลงมือศึกษาค้นคว้าตัวยาสมุนไพรและคาถาอาคมที่จะใช้เสกกำกับลงไปในตัวยาเพื่อใช้สำหรับการรักษา

หลังจากนั้น ต้องดั้นด้นเรียนรู้ หาวิธีศึกษาวิทยาคมให้มีวิชาเข้มขลัง กระทั่งได้พบกับ “หลวงพ่อสาย วัดหนองสองห้อง” สุดยอดพระคณาจารย์ดังในยุคนั้น เมตตาช่วยสอน
กระทั่งบวช 10 พรรษา ลุงได้นิมนต์มาอยู่จำพรรษาที่วัดตะเคียน จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส
พลิกฟื้นสภาพจากวัดร้างให้กลับกลายเป็นวัดที่สวยงาม
แม้สังขารของท่านจะเสื่อมถอยไปตามอายุขัย แต่จิตใจของท่านยังเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม ใบหน้าของท่านยังคงยิ้มแย้มสมชื่อ และเป็นหลักชัยให้ชาวเมืองนนท์ และกลุ่มคนผู้เคารพศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย
วัตถุมงคลเครื่องรางที่จัดสร้างขึ้นมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ต่างถูกสั่งจองและเช่าบูชาหากัน ในบรรดาเครื่องรางของขลังยอดนิยมมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิด คือ ตะกรุดหนังเสือ ปลัดขิก และเสือปืนแตก ซึ่งได้รับความนิยมมาก

นิยมเรื่องการทำตะกรุด จึงไม่แปลกที่ส่วนใหญ่ยุคแรกจะเป็นตะกรุด
โดยเฉพาะ ตะกรุดโทนคอหมา จนเป็นสมญานามเรียกขานท่านว่า “หลวงปู่แย้ม เจ้าตำรับตะกรุดคอหมา” อันมีที่มาจากครั้งเมื่อจัดทำตะกรุดคล้องคอให้หมาในวัดตะเคียนทุกตัว เพื่อป้องกันอันตราย
เนื่องจากหมาในวัดไปทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน จึงถูกทำร้ายด้วยการปาก้อนหิน หรือรุนแรงถึงขั้นใช้ปืน ใช้มีดดาบไล่ยิงไล่ฟัน ทำให้หมาบางตัวได้รับอันตราย ครั้นจะไปห้ามไม่ให้ทำร้ายหมา ก็คงไม่เป็นผล จึงจัดทำตะกรุด ด้วยพิธีกรรมที่ไม่เหมือนใคร คือ จารตะกรุดในน้ำ เมื่อทำเสร็จแล้วจึงนำไปผูกคอหมาที่เลี้ยงไว้จนครบทุกตัว ปรากฏว่า หมาในวัดตะเคียนแคล้วคลาดปลอดภัยทุกตัว
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง สุขภาพไม่แข็งแรงนัก มีอาการอาพาธ ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ คณะศิษย์ผู้ใกล้ชิดจัดให้มีเจ้าหน้าที่พยาบาลและอุปัฏฐากคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
กระทั่งช่วงเช้าวันพุธที่ 4 มิ.ย.2557 หมดสติ คณะแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาลปั๊มหัวใจช่วยยื้อชีวิต อย่างสุดความสามารถ แต่ไม่อาจยื้อชีวิตหลวงปู่เอาไว้ได้
กระทั่งมรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ท่ามกลางความอาลัย
วัตถุมงคลที่สร้างมีหลายอย่าง อาทิ ตะกรุด ปลัดขิก เสือปืนแตก เป็นต้น
ที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง คือ “เหรียญรุ่นแรก” สร้างขึ้นเมื่อปี 2513
ลักษณะคล้ายดอกไม้ชนิดหนึ่ง ด้านหน้ารูปเหมือนครึ่งองค์ พร้อมยันต์มหาเบาอยู่ด้านบน ด้านล่างมีตัวหนังสือเขียนว่า “หลวงพ่อธรรมธร (แย้ม)”
ด้านหลังมีอักขรยันต์มหาเบาและสิงห์ เขียนว่า “วัดตะเคียน ๒๕๑๓” สำหรับยันต์มหาเบาเป็นยันต์ประจำตัวที่ใช้ลงในวัตถุมงคลเกือบทุกชนิด
จุดสังเกตด้านหน้าจะมีเส้นขนแมว 1 คู่ แม้เหรียญที่ถูกใช้ก็ตาม ตรงเกือบจะถึงบ่าต้องมีรอยบุ๋มเล็ก หูเจาะด้านหลังจะต้องมีเนื้อเกินตรงตำแหน่งที่วงทุกเหรียญ เนื้อโลหะจะมีความเก่าตามธรรมชาติ
จึงเป็นอีกเหรียญวัตถุมงคลที่หายาก