วันเสาร์ที่ 29 มี.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 99 ปี ชาตกาล “พระครูอนุรักษ์วรคุณ” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “หลวงพ่อสง่า อนุปุพโพ” พระเกจิดังเมืองโอ่งแห่งวัดหนองม่วง อ.บางแพ จ.ราชบุรี
มีนามเดิมว่า สง่า เวสสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2469 ที่บ้านหม้อ ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ชีวิตในวัยเยาว์ ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนวัดบ้านหม้อ มีพระภิกษุเป็นผู้อบรมสั่งสอนวิทยาการ อีกทั้งบางวันยังต้องนอนค้างวัด เพื่อช่วยปรนนิบัติรับใช้สงฆ์อยู่เสมอ
ดังนั้น ชีวิตจึงอยู่ใกล้ชิดกับพระและวัดมาโดยตลอด จนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงออกจากโรงเรียนมาช่วยครอบ ครัวทำไร่ทำนา
อุปนิสัยในวัยหนุ่มก็เหมือนกับวัยรุ่นส่วนใหญ่ทั่วไป ที่มักไปเที่ยวเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ บางครั้งก็ไปเสาะแสวงหาความรู้ด้านวิทยาคมจากครูอาจารย์ที่เก่งๆ

จนกระทั่งทราบมาว่าที่วัดไทรอารักษ์ มีอาจารย์ที่เชี่ยวชาญคาถาอาคมอยู่รูปหนึ่ง จึงดั้นด้นไปพบเพื่อขอเรียนวิชา แต่หลวงพ่อวัดไทรอารักษ์กลับตั้งคำถามว่ามาจากที่ใดและพอทราบว่ามาจากบ้านหม้อ
จึงปรารภขึ้นว่า “หาหญ้ากินไกลคอกเหลือเกินนะเรา อย่าลืมหญ้าปากคอกดูบ้างว่าหญ้าปากคอกนั้นงามขนาดไหน”
ขณะนั้นได้แต่คิดถึงถ้อยคำปริศนาที่หลวงพ่อวัดไทรพูดถึง แต่ก็คิดไม่ออก จนกระทั่งไม่นานจึงไขปริศนาได้ว่าหญ้าปากคอกที่พูดถึงนั้น คือ ท่านพระครูเจ้าอาวาสวัดบ้านหม้อ นั่นเอง
จากนั้นจึงได้ปวารณาตัวเป็นศิษย์เพื่อเล่าเรียนวิทยาคมนานนับปี จนมีความรู้แคล่วคล่องคาถาอักขระเลขยันต์
ต่อมาในปี 2481 อุปสมบทที่วัดบ้านหม้อ จ.ราชบุรี มี พระอธิการกลิ่น วัดคงคา เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์เกลี้ยง วัดเฉลิมอาสน์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เช้ง และ พระอาจารย์แป๊ะ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า อนุปุพโพ
อยู่จำพรรษาที่วัดบ้านหม้อ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมจนสามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ตามลำดับ รวมถึงได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากพระอาจารย์แป๊ะ พระอาจารย์เปีย วัดบ้านหม้อ และวิชาการแพทย์แผนโบราณ
ในปี 2484 วัดหนองม่วง อ.บางแพ จ.ราชบุรี ขาดพระสงฆ์ผู้นำที่จะดูแลวัด ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจนิมนต์มาพัฒนาวัดหนองม่วง
เริ่มศึกษาคาถาอาคมและอักขระเลขยันต์มาตั้งแต่ตอนสมัยเป็นหนุ่ม ทั้งวิชาสักยันต์ รดน้ำมนต์
พออุปสมบทแล้วก็ยังให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยว่า แม้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่เป็นกุศโลบายให้ชาวบ้านเกิดศรัทธายึดเหนี่ยวทางจิตใจ
แต่เดิมหลวงพ่อสง่า สักยันต์ให้คนทั่วไปอยู่นานหลายปี แต่แล้วท่านได้ข่าวว่าผู้ที่สักยันต์ส่วนมากไปกระทำชั่ว เป็นนักเลงเพราะฮึกเหิมลำพองในความคงกระพันของรอยสักที่หลวงพ่อสักให้ ท่านจึงได้เลิกพิธีกรรมการสักทั้งหมด
เมื่อมีเวลาว่าง จึงไปขอเรียนวิชากับหลวงปู่ดี วัดบ้านยาง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ซึ่งเชี่ยวชาญในด้านการสร้างพระปิดตามหาอุดคงกระพันชาตรี
จากหลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ จ.กาญจนบุรี โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาลบผงอิทธิเจ ปถมัง และการเขียนยันต์ 108, หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง ได้สอนวิชามหาอุตม์, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม ได้ครอบครูนะเมตตาและได้รับการสอนวิชาเจริญวิปัสสนาและเรียนจากครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แม้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง แต่ปฏิปทากิตติคุณและคุณธรรมสูงส่ง พัฒนาวัดและพัฒนาคนให้รู้จักหลักการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข สอนให้รู้จักอดทน เพียรพยายามพึ่งตนเอง เอาชนะใจตนเอง เน้นวิถีชีวิตอย่างชาวบ้าน
กระทั่งปี พ.ศ.2538 จึงได้ย้ายกลับอยู่ที่วัดบ้านหม้อ อ.โพธาราม อีกครั้ง
เน้นเสมอว่า “คนเราถ้าไม่รวยก็อย่าจน ให้มีหิริโอตตัปปะให้มีความอดทนและเพียรพยายามจะไม่อดตาย ความจนความรวยเราไม่ได้เอามาตั้งแต่เกิดแต่เราทำตัวเราให้รวย ให้จนได้ทั้งนั้น
เป็นหนี้ก็เอามาให้พระแก้เราต้องแก้ที่ต้นเหตุคือตัวเราเอง หาได้ใช้เป็น ใช้ให้น้อย หาพอเพียงก็จะไม่จน”
มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.2547 สิริอายุ 88 ปี พรรษา 66