ใจกลางกรุง บริเวณพระรามที่ 4 สี่แยกสามย่าน นอกจาก สามย่านมิตรทาวน์ และจามจุรีสแควร์ ที่ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่าเคียงคู่กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ย่านธุรกิจสามย่าน สี่พระยา และสุรวงศ์
สังเกตดีๆ จะมองเห็น พระอารามหลวงแห่งหนึ่ง คือ “วัดหัวลำโพง” ตั้งอยู่เลขที่ 728 ถนนพระราม 4 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ

วัดหัวลำโพง เดิมชื่อ วัดวัวลำพอง เป็นวัดราษฎร์ ใครเป็นคนสร้างและสร้างเมื่อใด ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่คาดว่าคงสร้างในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณ รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ทั้งนี้ โดยอาศัยการสันนิษฐานจากรูปทรงของอุโบสถ หลังเก่าและเจดีย์ด้านหลัง ซึ่งสร้างคู่กันมา
ประมาณปี พ.ศ.2447 ราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูกาลทอดกฐิน จากหลักฐานและคำบอกเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระกฐินในครั้งนั้น วันเดียวกันถึง 3 วัด ตามลำดับดังนี้ คือ วัดสามจีน (วัดไตรมิตรวิทยาราม) วัดตะเคียน (วัดมหาพฤฒาราม) และวัดวัวลำพอง (วัดหัวลำโพง)

ในการเสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐิน ที่วัดวัวลำพองนั้น ได้โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่ พระราชทานนามว่า วัดหัวลำโพง
วันที่ 18 กรกฎาคม 2545 วัดหัวลำโพง ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ยกฐานะวัดขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ วัดหัวลำโพง มีการคมนาคมติดต่อได้โดยสะดวก สามารถนั่งรถประจำทางได้หลายสาย อาทิ สาย 4, 46, 47, 67, ปอ.507 และอีกหลายสาย ลงป้ายบริเวณด้านหน้าวัดหัวลำโพง หรืออีกเส้นทางหนึ่ง โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงที่สถานีสามย่าน ใช้ทางเข้า-ออก สถานี 1 หน้าวัดหัวลำโพง เดินขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมา ก็จะเห็นประตูวัดหัวลำโพง
บรรยากาศภายในวัดหัวลำโพง ถึงแม้จะไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวาง แต่บริเวณรอบวัดโดยรวม มีความสะอาดสะอ้าน แลดูเจริญหูเจริญตา

บริเวณด้านหน้าวัด เป็นที่ตั้งของพระอุโบสถมีความสวยงาม แสดงให้เห็นถึงการจัดระบบการทำความสะอาดเป็นอย่างดี เสาทำด้วยหินอ่อนสวยงามมาก พระอุโบสถ เป็นแบบทรงไทยจัตุรมุข 3 ชั้น พื้นและฝาผนังปูด้วยหินอ่อนและหินแกรนิต กว้าง 16.99 เมตร ยาว 37.59 เมตร หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสี ตรงกลางมียอดมณฑป ประกอบด้วยฉัตรฐานมณฑปมีครุฑทรงสุบรรณทั้ง 4 ด้าน ติดช่อฟ้าใบระกา เป็นพญานาคสามเศียร หน้าบันมีลวดลายประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เหนือครุฑทั้ง 4 ด้าน
ประตูและหน้าต่างมีซุ้มยอดมณฑปครึ่งซีกติดลายปูนปั้น ลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี มีประตูด้านหน้า 3 ประตู บานประตูและบานหน้าต่างด้านในด้านนอกประดับมุกลวดลาย มีจิตรกรรมฝาผนัง 4 ด้าน เพดานลวดลายประดับโคมไฟ ช่อไฟระย้าจากต่างประเทศ รอบอุโบสถด้านนอก มีเชิงชายหลังคาประดับลวดลาย มีคันทวยเทพพนมและหัวเสาปูน ลงรักปิดทอง ประดับกระจกสี

ส่วนระเบียงด้านนอกพระอุโบสถมีทางเดินปูด้วยหินอ่อนและหินแกรนิต มีศาลารายทรงจัตุรมุขยอดมณฑป 4 หลัง ประจำ 4 ทิศ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป อดีตบูรพาจารย์ มีซุ้มระฆังทรงไทย
ด้านในเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่สวยสดงดงามยิ่งนั้นเกินคำบรรยาย
ปูชนียวัตถุที่สำคัญในพระอุโบสถ คือ พระพุทธมงคล พระประธานในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ลงรักปิดทอง บนฐานชั้นแรกเป็นที่ประดิษฐานพระอัครสาวกสององค์บนฐานหินอ่อนแกะบัวหงาย เบื้องซ้ายพระโมคคัลลานะ เบื้องขวาพระสารีบุตร ใต้ฐานชุกชีบรรจุพระพุทธรูปปางต่างๆ

สำหรับกิจกรรมหนึ่งที่เป็นยอดฮิตสำหรับวัดแห่งนี้ คือ การทำบุญโลงศพ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นการบริจาคเงินให้กับโลงศพของมูลนิธิร่วมกตัญญู สาขาวัดหัวลำโพง
เดินตรงเข้าไปที่สำนักงานมูลนิธิที่อยู่ในเขตวัด จะมีโต๊ะให้เราเขียนชื่อ-นามสกุลและเงินที่จะบริจาค จะมีกระดาษสีชมพูวางไว้ เราก็เขียนชื่อลงไป

การบริจาคโลงศพ เราจะทำบุญเท่าไหร่ก็ได้ตามแต่กำลังศรัทธา แล้วเราก็เอาใบสีชมพูที่เราเขียนชื่อ ทากาวด้านหลังกระดาษสีชมพูนั้น แล้วนำมาแปะที่โลง
วัดหัวลำโพง แม้จะไม่ได้เป็นพระอารามหลวงขนาดใหญ่ แต่วัดแห่งนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีน-ไต้หวัน ล้วนเข้าไปเที่ยวและถ่ายรูปวัดเก็บไว้เป็นที่ระลึกเป็นจำนวนมาก
ถ้าหากมีเวลาก็ควรหาโอกาสมาเยือนได้ที่วัดแห่งนี้