“อำเภอพุทไธสง” เป็นอำเภอหนึ่งของ จ.บุรีรัมย์ สันนิษฐานว่าเมืองพุทไธสงเป็นเมืองโบราณถูกสร้างมาประมาณ 3,000 ปีแล้ว และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเมืองในสมัยทวารวดี ด้วยลักษณะของเมืองในสมัยทวารวดี ที่ปรากฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนี้ มีลักษณะเป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบมีลักษณะทรงกลมและแบบสี่เหลี่ยม โดยตัวเมืองพุทไธสง จะมีคูเมืองเก่าที่เป็นคันคูน้ำอยู่จำนวน 2 ชั้น ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลพุทไธสง

เที่ยววัดวันหยุด

เที่ยววัดวันหยุด

วันที่ 25 พฤษภาคม ร.ศ.118 (พ.ศ.2442) เมืองพุทไธสงได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอเมืองพุทไธสง (ชื่ออำเภอในระยะแรกตามที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษา) ขึ้นกับมณฑลนครราชสีมา พร้อมกับอีก 18 อำเภอ โดยมีหลวงเจริญทิพยผล (คง) เป็นนายอำเภอเมืองพุทไธสงคนแรก [2] ในปีเดียวกันนี้เอง พระรังสรรค์สารกิจ (เลื่อน) ข้าหลวงประจำเมืองบุรีรัมย์ได้ย้ายที่ตั้งอำเภอพุทไธสงขึ้นใหม่ที่บริเวณที่ดินในคูเมืองในเขตเทศบาลตำบลพุทไธสงในปัจจุบัน ซึ่งเดิมนั้นบริเวณนี้เป็นป่ารกทึบมีสัตว์ป่าจำนวนมาก ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปหักร้างถางพง อาศัยพระราชอำนาจของพระเจ้าแผ่นดินเบิกป่า จึงสามารถตั้งเป็นบ้านเมืองได้

เที่ยววัดวันหยุด

เที่ยววัดวันหยุด

จนถึง พ.ศ.2450 อำเภอพุทไธสงได้ขึ้นตรงต่อกับเมืองบุรีรัมย์ มณฑลนครราชสีมาในปัจจุบัน อำเภอพุทไธสงประกอบด้วย 7 ตำบล

หลักฐานที่สำคัญอีกอย่างที่ปรากฏให้เห็นว่าเมืองพุทไธสงเป็นเมืองเก่านั่นคือ “พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์” พระพุทธรูปเก่าแก่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดหงษ์ บ้านศีรษะแรต ต.มะเฟือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองพุทไธสง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงราวปี พ.ศ.1500 เป็นพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี สร้างจากมวลสารและยางบง พุทธศิลป์ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 1.6 เมตร สูง 2 เมตร สันนิษฐานจากพุทธศิลป์อาจเป็นฝีมือช่างสกุลลาวศิลปะล้านช้าง โดยดูจากพระเกศที่มีลักษณะเฉพาะในภาคอีสานและในประเทศลาวเท่านั้น และยังพบพระธาตุ 1 องค์ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของวิหารพระเจ้าใหญ่ วัดหงษ์ ซึ่งมีส่วนสูงของพระธาตุ 12 เมตร ฐานกว้าง 6 เมตร ก่อด้วยอิฐแดงไม่ฉาบปูน ปัจจุบันได้สร้างพระธาตุใหม่ครอบไว้

เที่ยววัดวันหยุด

ตำนานท้องถิ่นเล่าความเป็นมาของการพบพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ว่า ท้าวศรีปาก (นา) ท้าวทาทอง (ยศ) และท้าวเหล็กสะท้อนไกรสรเสนา คนไทยเชื้อสายลาวและบริวารมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม ได้ออกป่าล่าสัตว์และครั้งหนึ่งได้ไปยิงนกขนาดใหญ่ที่บริเวณสระบัว นกตัวนั้นบินมาตกลงมาตรงตรงป่าที่มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ จึงพากันเดินสำรวจรอบๆ บริเวณใกล้องค์พระพุทธรูป ยังพบเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม รอบองค์พระมีต้นตาลทั้ง 4 ทิศ มีเถาวัลย์ปกคลุมรุงรัง และพบหนองน้ำขนาดใหญ่ อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่ามีคนอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

เที่ยววัดวันหยุด

ทั้งหมดจึงเดินทางกลับไปชักชวนญาติพี่น้องให้มาตั้งรกรากบริเวณนี้ ช่วยกันสร้างวัดและตั้งชื่อว่า “วัดหงษ์” ตามลักษณะของนกที่ถูกยิงตกบริเวณนั้น จากการตรวจสอบองค์พระพุทธรูปใหญ่ มีอักษรขอมจารึกบนดินเผา อ่านได้เฉพาะคำหน้าว่า “พระเจ้าใหญ่…” และเมื่อประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดหงษ์ พุทธศาสนิกชนในพื้นที่จึงเรียกติดปากว่า “พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์” นับแต่นั้นมาตราบจนปัจจุบัน

เที่ยววัดวันหยุด

พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทั้งใกล้และไกลให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวสายธรรม ทั้งในและนอกพื้นที่ เดินทางเข้ามากราบสักการะขอพร ช่วยดลบันดาลให้ประสบความสำเร็จในทุกด้าน และเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสาม (กุมภาพันธ์-มีนาคม) จะมีการจัดงานเทศกาล เพื่อเฉลิมฉลองพระเจ้าใหญ่เป็นประจำทุกปี และบ้านศีรษะแรต ยังได้รับการส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวโอท็อปนวัตวิถี

เที่ยววัดวันหยุด

เที่ยววัดวันหยุด

หากนักท่องเที่ยวสายธรรมเข้าสักการะพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ ไม่ควรพลาดเดินทางต่อไปแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวชมปราสาทหินอารยธรรมขอม อยู่ในเขตอำเภอบ้านใหม่ชัยพจน์ ได้แก่ กู่สวนแตง ตั้งอยู่ที่บ้านกู่สวนแตง ต.กู่สวนแตง เป็นปราสาทในศาสนาฮินดู อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 จากการขุดค้นของกรมศิลปากร พบชิ้นส่วนมือประติมากรรมรูปเคารพถือสังข์ และฐานประติมากรรมรูปเคารพสององค์ รวมทั้งชิ้นส่วนข้อพระบาทของประติมากรรม (มีเดือย) 1 ชิ้น ชิ้นส่วนข้อพระบาทของประติมากรรม (มีเดือย) 4 ชิ้น

เที่ยววัดวันหยุด

ยังพบชิ้นส่วนหินบดยา ชิ้นส่วนภาชนะดินเผา และกระเบื้องมุงหลังคา นอกจากนี้จากการบูรณะยังพบชิ้นส่วนและเศียรประติมากรรมอีกจำนวนหนึ่ง และสถานที่ท่องเที่ยวอารยธรรมขอมอีกแห่งไม่ไกลจากกู่สวนแตงคือ ปรางค์กู่ฤๅษี ที่บ้านกู่ฤๅษี ต.หนองเยือง โดยกู่ทั้งสองแห่งจะมีการจัดงานประเพณีเฉลิมฉลองขึ้นทุกปี

นักท่องเที่ยวสายธรรมจึงไม่ควรพลาดแวะเที่ยวชมการคมนาคมสะดวก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน