“วัดท้องคุ้ง” วัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณคุ้งน้ำ ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สันนิษฐานว่าสร้างในราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์
มีชื่อเสียงโด่งดังมาก คือ “หลวงพ่อฉ่ำ คังคสุวัณโณ” พระเกจิดังเรืองวิทยาคม เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา

เป็นพระเกจิร่วมสมัยกับพระเกจิชื่อดังของเมืองปากน้ำหลายรูป อาทิ หลวพ่ออยู่ วัดบางหัวเสือ, หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว, หลวงพ่อบุตร วัดใหญ่บางปลากด, หลวงพ่อเชย วัดบางกระสอบ, หลวงพ่อแย้ม วัดด่านสำโรง เป็นต้น
พื้นเพเป็นชาวบ้านท้องคุ้ง ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง เกิดเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2400 เป็นบุตรคนโต
วัยเด็กเรียนหนังสือไทยกับพระที่วัดท้องคุ้ง พออ่านออกเขียนได้ และติดตามบิดา-มารดาเข้าวัดฟังเทศน์อยู่เป็นประจำ บางครั้งก็นอนค้างที่วัด เพื่อศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อสุขและหลวงพ่อจันทร์
ต่อมาเมื่ออายุครบบวช ในปี พ.ศ.2420 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดท้องคุ้ง มีหลวงพ่อสุข วัดท้องคุ้ง เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อจันทร์ วัดท้องคุ้ง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อปาน วัดท้องคุ้ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา “คังคสุวัณโณ”

ศึกษาพระปริยัติธรรมและรับการถ่ายทอดวิทยาคมต่างๆ จากหลวงพ่อสุขและหลวงพ่อจันทร์ จนหมดสิ้นและแตกฉาน
สร้างวัตถุมงคลมากมาย อาทิ ตะกรุด เครื่องรางของขลัง และพระปิดตาคลุกรักผสมว่านยา อันได้แก่ พระปิดตาหลังเบี้ย พิมพ์เข่าบุ๋มและเข่าตัน พระพิมพ์บัวฟันปลา พระปิดตาพิมพ์เล็ก พระผงกลีบบัว พระผงพิมพ์ลำพูนปรกโพธิ์ และพระปิดตาเนื้อชินตะกั่ว เป็นต้น
เป็นพระที่มีเมตตา จากคำบอกเล่าของศิษย์ผู้ใกล้ชิดว่า มักจะกำข้าวสารเดินลงจากกุฏิมาที่ลานวัด พอแบมือออก จะมีนกป่าบินมาจิกกินข้าวสารในมือจนอิ่มแล้วจึงบินจากไป


เป็นพระเกจิผู้มีความเยือกเย็น เคร่งครัดพระธรรมวินัย ถือสันโดษ มีเมตตากรุณา และโอบอ้อมอารี เป็นที่รักเคารพศรัทธา
มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ.2481 สิริอายุ 82 ปี พรรษา 62
วัตถุมงคลล้วนเป็นที่นิยมสะสมในสมัยนั้น โดยเฉพาะ “เหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก ปี พ.ศ.2482” ถึงแม้จะเป็นเหรียญตาย ที่แจกในงานพระราชทานเพลิงในปี พ.ศ.2482 แต่ก็เป็นที่เสาะแสวงหา

เครื่องรางของขลัง และพระปิดตาคลุกรักผสมว่านยา ซึ่งล้วนปรากฏพุทธคุณเลื่องลือและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
พระปิดตาเป็นพระที่แตกกรุออกมาหลังมรณภาพไปแล้ว
สืบเนื่องจากพระครูวิบูลย์ปัญญาภรณ์ (หลวงพ่อเลื่อน ธัมมปัญโญ) เจ้าอาวาสรูปที่ 6 จะบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะและสร้างถาวรวัตถุภายในวัด จึงจำเป็นต้องขยับขยายพื้นที่ โดยเจาะพระปรางค์ 2 องค์ บริเวณหน้าวัด ซึ่งสร้างไว้เมื่อปี พ.ศ.2457 เพื่อนำพระพุทธรูป พระเครื่อง ตลอดจนอัฐิของหลวงพ่อที่บรรจุไว้ออกมาเก็บรักษา
ปรากฏว่า พบทั้งพระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ พระแก้วใสวรรณะสีเขียวแบบมรกต และพระเครื่องพิมพ์ต่างๆ มากมาย
หนึ่งในนั้น คือ “พระปิดตา”
พระปิดตาที่ปรากฏ เป็นพระเนื้อผงคลุกรัก ประกอบด้วย ผงใบลานคลุกด้วยดิน ว่าน และเกสร โดยมีรักเป็นตัวประสาน และเป็นพระที่ไม่ได้ผ่านการเผาที่เรียกกันว่า “เนื้อดินดิบ” แต่มีความแกร่งพอควร สีขององค์พระจะออกน้ำตาลปนดำ มีเนื้อละเอียดและหนึกนุ่มมาก
แบ่งได้เป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์เข่าบุ๋มและพิมพ์เข่าตัน ซึ่งจะแตกต่างกันที่พระชานุหรือเข่าตามชื่อพิมพ์นั่นเอง
ลักษณะพิมพ์ทรงเป็นทรงชะลูด องค์พระประธานประทับนั่ง แสดงปางสมาธิ พระหัตถ์ปิดพระเนตรทั้ง 2 ข้าง มีรายละเอียดต่างๆ ไม่มากนัก แต่แฝงไว้ซึ่งความเข้มขลัง ด้านหลังโค้งมนแบบหลังเบี้ย ภายในจะบรรจุเม็ดปรอทผสมตะกั่ว หรือวงการพระเรียก “ลูกสะกด” ขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพดเอาไว้
นับเป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่หาดูหาเช่ายากมากในปัจจุบัน