วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช และ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยพระราชาคณะ รวมทั้งสิ้น 74 รูป รับสนองพระบัญชา เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตามที่โปรดประทานพระวินิจฉัยการเดินทาง กำหนดการพิธี บัญชีพระสงฆ์ และรายละเอียดประกอบการเดินทางของคณะผู้แทนคณะสงฆ์ไทย ให้เดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ราชอาณาจักรภูฏาน

อนุสนธิการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 7/2568 เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2568 มีมติที่ 211/2568 เรื่อง สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏานทรงจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ราชอาณาจักรภูฏาน ความสรุปว่า สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงพระราชปรารภพระราชประสงค์ที่จะทรงจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันที่ 26 เม.ย.2568 ณ ลานประทักษิณพระพุทธรูปดอร์เดนมา กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี เป็นผู้ดำเนินการประสานงานในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ นายอำพนได้เชิญพระราชปรารภหลักการมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ร่วมดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันที่ 26 เม.ย.2568
สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงอาราธนาพระสงฆ์ไทยจำนวน 74 รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพุทธศักราช 2568 คือพระชนมพรรษา 73 พรรษา ผนวกอีก 1 ไปเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลร่วมกับบรรพชิตแห่งราชอาณาจักรภูฏานอีก 74 รูป ในวันที่ 26 เม.ย.2568 ณ มณฑลพิธีพระพุทธรูปดอร์เดนมา กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน

มหาเถรสมาคมจึงมีมติให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายธรรมยุต และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายมหานิกาย พร้อมด้วยพระราชาคณะในคณะสงฆ์ธรรมยุต 36 รูป และพระราชาคณะในคณะสงฆ์มหานิกาย 36 รูป รวมเป็น 74 รูป ตามบัญชีพระสงฆ์โดยพระวินิจฉัยของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นผู้แทนคณะสงฆ์ไทยเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจฉลองพระราชศรัทธาตามที่ทรงอาราธนา
การปฏิบัติศาสนกิจตามที่สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานทรงอาราธนาเป็นไปโดยเรียบร้อยทุกประการ เป็นการเจริญสันถวไมตรีครั้งประวัติศาสตร์ของสองราชอาณาจักรผ่านมิติทางพระพุทธศาสนาอันเป็นหลักชัยของชาติดุจเดียวกัน

การนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เชิญรับสั่งถวายพระพร และเชิญพระพุทธวรายุวัฒนศาสดา หน้าตัก 9 นิ้ว พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หน้าตัก 5 นิ้ว และเหรียญพระรูป ถวายแด่สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏานเป็นที่ระลึก
ณ มงคลวาระนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทรงคัดพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่ทรงเก็บรักษาไว้บูชาส่วนพระองค์จำนวน 26 องค์ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุถวายต่อพระหัตถ์แด่สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏานเพื่อประดิษฐานเป็นการถาวร ณ ราชอาณาจักรภูฏาน เป็นที่ปีติโสมนัสของคณะสงฆ์ภูฏานและประชาชนชาวภูฏานอย่างยิ่ง
หลังเสร็จพิธีคณะสงฆ์ไทยและภูฏานร่วมฉันภัตตาหารเพล และเปลี่ยนของที่ระลึกภายในหอฉัน จากนั้นสมเด็จพระสังฆราชแห่งภูฏานเสด็จออก ณ วิหารใต้พระพุทธรูปดอร์เดนมา ทรงรับคณะสงฆ์ไทยเป็นการเจริญทางไมตรีระหว่างคณะสงฆ์ทั้งสอง

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์และสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีถวายพัดรองที่ระลึกอักษรพระนาม ออป ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นพุทธบูชาแด่พระไวโรจนพุทธเจ้า และถวายพัดรองดังกล่าวกับทั้งพระลิขิตประวัติพระบรมสารีริกธาตุที่โปรดให้เชิญมาในครั้งนี้ และพระพุทธรูปพระกริ่งวรายุวัฒนศาสดาที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดให้เชิญมาถวายแด่สมเด็จพระสังฆราชแห่งภูฏานด้วย