พระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) เกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษาคณะสงฆ์ ระหว่างกองทุนสภาแห่งชาติ สปป.ลาว โดยมี นางวิพาวัน พรหมวิหาร ประธานกองทุนช่วยเหลือสังคมสภาแห่งชาติ สปป.ลาว เป็นผู้แทนประเทศลาว ร่วมลงนาม


ภายในงานมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ มจร ทั้งในระดับส่วนกลางและวิทยาเขตร่วมเป็นสักขีพยาน ในขณะที่ฝ่ายลาว มีรองประธานสภาแห่งชาติลาว สมาชิกสภาแห่งชาติลาว เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศลาว พร้อมด้วยตัวแทนรัฐบาลลาว ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สภาแห่งชาติลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

พระเทพวัชรสารบัณฑิตกล่าวตอนหนึ่งว่า “ได้รับมอบหมายจากพระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สัมมาปัญโญ) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้เดินทางมาร่วมลงนาม MOU กับกองทุนช่วยเหลือสังคมสภาแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาของสงฆ์ ซึ่งการเดินทางมาวันนี้ มีจุดประสงค์ 2 ประการคือ ประการแรก เป็นที่ทราบกันดีว่า ด้านความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศลาวคือเพื่อนบ้านเรือนเคียง ไทยกับลาวมีวัฒนธรรมและภาษาคล้ายคลึงกัน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาวดีในทุกระดับทั้งในระดับประชาชนกับประชาชน ระหว่างคณะสงฆ์ต่อคณะสงฆ์ หรือแม้กระทั่งในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล มาวันนี้ก็เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

พระเทพวัชรสารบัณฑิต (ประสาร จันทสาโร)
“ส่วนอีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือ สำหรับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปัจจุบันมีนิสิตลาวทั้งพระภิกษุและคฤหัสถ์ไปเรียนจำนวนหลายร้อยรูป ที่ผ่านมาจึงปรึกษาหารือกันว่าทำอย่างไรระหว่าง มจร และ ลาว จึงจะช่วยเหลือพวกท่านเหล่านี้ได้ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเฉพาะปัจจุบันในประเทศลาวเอง มีพระภิกษุสามเณรที่จบระดับมัธยมปลายและระดับปริญญาตรีในประเทศจำนวนมากที่ประสงค์จะไปศึกษาต่อที่ มจร แต่อาจไม่พร้อมเรื่องทุนการศึกษา เพื่อให้การแก้ไขเรื่องเหล่านี้ได้บูรณาการ การลงนาม MOU วันนี้จึงเกิดขึ้น ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีสาขาการศึกษามากกว่า 200 สาขาวิชา มีวิทยาเขตครอบคลุมมากกว่า 40 จังหวัดในประเทศไทย และมีสถาบันสมทบต่างประเทศอีก 5 ประเทศ เราพร้อมที่จะรองรับและดูแลลูกหลานของพวกท่านเพื่อไปศึกษาต่อที่ มจร ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค”

“มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยสถาปนา โดยในหลวงรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2430 พระองค์มุ่งหวังให้พระสงฆ์ศึกษาพระไตรปิฎกและศาสตร์สมัยใหม่ สอนให้พวกเรากตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ซึ่งตอนนี้ทราบว่าคนที่จบจาก มจร มารับราชการในประเทศลาวจำนวนหลายสิบคน ซึ่งท่านเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีความรู้และความสามารถ…”

สาระสำคัญในเนื้อหา MOU มีทั้งหมด 7 ข้อ เพื่อส่งเสริมการศึกษาสงฆ์ แลกเปลี่ยนการเยี่ยมชม และทัศนศึกษา ร่วมมือกันแสวงหาเงินทุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและต่างประเทศในการก่อสร้าง, บูรณะซ่อมแซม, อุปกรณ์ทางการศึกษา พัฒนาปรับปรุงระบบการศึกษาพระภิกษุให้มีทั้งปริมาณและคุณภาพจัดส่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อดำเนินการค้นคว้าวิจัย, บทเรียนทางวิชาการ และแสวงหาทุนการศึกษาให้แก่พระสงฆ์ และคฤหัสถ์ นักวิชาการ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้าง ขยายสายสัมพันธ์มิตรภาพ, ความสามัคคี และการร่วมมือฐานบ้านใกล้เรือนเคียง ที่เป็นต้นกำเนิดมาแต่ยาวนานให้เจริญงอกงาม บนพื้นฐานการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรไทย ให้ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น