หลวงปู่ไต้ฮงกง เป็นพระเถระชาวจีน ที่คนไทยเชื้อสายจีนนิกายมหายานรู้จักกันดี มีชีวิตอยู่ในสมัย 1,000 ปีที่แล้ว เป็นพระที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
เกิดที่เมืองเหวินโจว มณฑลเจ้อเจียง ในปี พ.ศ.1582 สมัยราชวงศ์ซ่ง ในตระกูลแซ่ลิ้ม เดิมชื่อ หลิงเอ้อ มีสติปัญญาปราดเปรื่องสามารถสอบได้ตำแหน่ง “จิ้นซือ” (บัณฑิตชั้นเอก) และเข้ารับราชการในตำแหน่งนายอำเภอ มณฑลเจ้อเจียง
จนอายุได้ 54 ปี เกิดเบื่อหน่ายชีวิตราชการ จึงสละตำแหน่งอันสูงเกียรติ ออกอุปสมบทในนิกายมหายาน ในมณฑลฮกเกี้ยน ได้รับฉายาว่า “ไต้ฮง” จากนั้นก็หมั่นบำเพ็ญศีลเจริญภาวนา ปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ ศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนบรรลุธรรมอันวิเศษ

หลังจากจำพรรษาอยู่หลายปี จึงออกธุดงค์ไปตามเมืองต่างๆ เพื่อโปรดสัตว์ ตลอดเส้นทางที่ผ่านนั้น เมืองใดที่ประสบภัยพิบัติ เดือดร้อน หรือเกิดโรคระบาด ก็จะช่วยขจัดปัดเป่าและบรรเทาทุกข์
ในบั้นปลายชีวิต ออกธุดงค์ไปอยู่จำพรรษาที่วัดเมี่ยงอัง ต.ฮั่วเพ้ง ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเหลียงเจียง เมื่อถึงฤดูน้ำหลากน้ำในแม่น้ำจะไหลเชี่ยวกรากมาก เกิดเหตุเรือล่มและมีผู้คนเสียชีวิตเป็นประจำ
ไต้ฮงดำริที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเหลียงเจียง เพื่อให้สัญจรไปมาได้โดยสะดวก จึงชักชวนชาวบ้านบริจาคกำลังกายและกำลังทรัพย์ลงมือสร้าง ‘สะพานฮั่วเพ้ง’ จนแล้วเสร็จ
มรณภาพ ในปี พ.ศ.1670 สิริอายุ 88 ปี
ด้วยแรงบันดาลใจในการสงเคราะห์ศพไร้ญาติ กลุ่มชาวจีนโพ้นทะเลที่ได้เข้ามาอาศัยร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งองค์พระมหากษัตริย์ไทย จึงร่วมกันจัดตั้งองค์กรสงเคราะห์สาธารณภัย ให้ชื่อว่า “มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง” (แปลว่าคุณานุสรณ์)

จุดกำเนิดของมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง ในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2439 เมื่อชาวจีนจากเมืองเตี้ยเอี้ย ชื่อ เบ๊จุ่นเชียง หรือ เบ๊ยุ่น เชิญรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮง จากประเทศจีน เพื่อสักการบูชาและประดิษฐานไว้ที่บ้านย่านวัดเลียบ
ซึ่งมีประชาชนให้ความเคารพนับถืออย่างมากมาย พากันมากราบไหว้บูชาที่บ้านเบ๊ยุ่น จนต้องขยายไปประดิษฐานที่ข้างสมาคมกว๋องสิว ถนนเจริญกรุง
ต่อมาในปี พ.ศ.2445 พ่อค้าคณบดีผู้มีกุศลจิต 12 ท่าน มีพระยาอนุวัฒน์ราชนิยม (ฮง เตชะวานิช) เป็นหัวหน้า เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์จากกุศลเจตนาของผู้เคารพศรัทธาในหลวงปู่ไต้ฮง จึงดำเนินการจัดซื้อที่ดินสร้างศาลา ประดิษฐานรูปจำลองของหลวงปู่ไว้ให้เป็นกุศลสถาน “ป่อเต็กตึ๊ง” ถาวร ณ เลขที่ 141 ถนนพลับพลาไชย ข้างวัดคณิกาผล กรุงเทพฯ
ในปี พ.ศ.2453 การสร้างอาคารป่อเต็กตึ๊งได้สำเร็จลุล่วง เหนือทางเข้าตัวตึก ด้านหน้าได้สลักเป็นอักษรจีนว่า “ป่อเต็กตึ๊ง” บนแผ่นศิลาขนาดใหญ่ ส่วนด้านหลังแผ่นศิลานี้ได้สลักเป็นอักษรจีนว่า “ฮุกกวงโพวเจี่ย” มีความหมายว่า แสงธรรมส่องทั่วหล้า ภายในตัวตึกได้ประดิษฐานรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงไว้สักการบูชา และใช้สถานที่นี้เป็นสำนักงานดำเนินการงานสาธารณกุศล เช่นเก็บศพไม่มีญาติ แจกยารักษาโรค ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และชั้นวรรณะ
กระทั่งเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2463 มีประกาศกฎเสนาบดีว่า ด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2465
เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2480 จดทะเบียนก่อตั้งเป็นมูลนิธิชื่อว่า “มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง”

เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี แห่งการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ตรงกับวันที่ 1-15 มิ.ย.2493 มูลนิธิ จัดสร้าง “รูปหล่อจำลองไต้ฮงกงโจวซือขนาดเล็ก” จำลองแบบมาจากรูปจำลองหลวงปู่ไต้ฮงกงโจวซือขนาดใหญ่ ย่อลงมาเหลือความสูงประมาณ 1.4 เซนติเมตร เป็นรูปพระภิกษุไต้ฮงกงนั่งสมาธิเต็มองค์ แบบมารวิชัย ห่มผ้าคลุม มีรัดประคดแบบพระจีน บนแท่นอาสนะมีผ้ารอง สวมหมวกมียอดแหลม หล่อด้วยเนื้อทองเหลือง
เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธานำไปบูชาจำนวน 100,000 องค์ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบบรรจุเม็ดกริ่ง และไม่บรรจุเม็ดกริ่ง อย่างละ 50,000 องค์
ประกอบพิธีทางศาสนาทั้งฝ่ายหินยานและมหายาน มีสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานเททอง และอาราธนาพระเกจิอาจารย์ชื่อดังทั่วทุกภาคกว่า 108 รูป ร่วมปลุกเสกด้วย
เชื่อว่า ผู้ที่มีรูปหล่อจำลองไต้ฮงกงโจวซือ รุ่นแรก ปี 2493 ไว้ในครอบครอง หากบูชาจะเกิดความมงคล เอื้อสุข อายุมั่นขวัญยืน โชคลาภ และปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ