มงคลสมัยแห่งวันคล้ายวันประสูติ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อัมพโร)” วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เวียนมาบรรจบครบอีกกาลหนึ่ง ในวันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568
องค์สังฆบิดรจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 98 พรรษา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วไปต่างรำลึกถึงรอยแย้มพระสรวลอยู่เป็นนิจ และรำลึกถึงพระสัทธรรม ที่ทรงมีพระเมตตาประทานให้ในวาระต่างๆ ทั้งยามสุขและทุกข์ ทั้งพระจริยวัตรและพระธรรมคำสอน เปรียบเสมือนกระจกเงาที่ฉายชัดถึงพระเมตตา พระกรุณา ที่ทรงมีต่อชาวไทยและเทศโดยไม่เลือกเพศ วัย และชั้นวรรณะ
ตลอดเวลาที่ทรงดำรงสกลมหาสังฆปริณายกนี้ พระองค์ทรงมีคุณูปการอันทรงคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์

มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2470 ที่ ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี
วัยเยาว์ เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 โคกกะเทียม อ.เมือง จ.ลพบุรี จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ทรงเข้าพิธีบรรพชา เมื่อปี พ.ศ.2480 ที่วัดสัตตนารถปริวัตร อ.เมือง จ.ราชบุรี มีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้น ย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดตรีญาติ ต.พงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น
พ.ศ.2486 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค พ.ศ.2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค
กระทั่งปี พ.ศ.2490 ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี นำมาฝากกับเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) และให้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2491 ที่พัทธสีมาวัดราชบพิธฯ
โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ทรงมุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ พ.ศ.2493 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
พ.ศ.2509 ทรงเข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ทรงสร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย อาทิ งานด้านการศึกษา เป็นอาจารย์สอนพระธรรมวินัยแก่พระภิกษุ-สามเณร เป็นกรรมการสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลี เป็นต้น
งานปกครองคณะสงฆ์ ทรงดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการมหาเถรสมาคม, กรรมการคณะธรรมยุต, แม่กองงานพระธรรมทูต
พ.ศ.2552 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ
วันที่ 5 ธ.ค.2552 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏที่ “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์”
วันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.2560 เวลา 17.00 น. ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกประกาศเรื่อง การจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช วันที่ 26 มิถุนายน 2568
เนื่องในโอกาสที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 98 พรรษา 26 มิถุนายน 2568 สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จึงประกาศแนวทางการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ดังต่อไปนี้
1.เพื่อเป็นการถนอมพระอนามัย คณะแพทย์ผู้ถวายการอภิบาลจึงได้กราบทูลขอประทานให้ทรงงดการเสด็จออกเป็นการทั่วไปให้เฝ้าถวายสักการะ
2.เปิดพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ให้เข้าถวายเครื่องสักการะ และลงนามถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ในวันเสาร์ที่ 21 ถึงวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 16.00 น. ทั้งนี้ การเข้าภายในเขตพระอารามเพื่อถวายเครื่องสักการะ ให้ถือประพฤติตามแนวปฏิบัติของวัด
3.คณะสงฆ์ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ที่ประสงค์จะจัดกิจกรรมถวายพระกุศล อาจจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลและสาธารณสงเคราะห์ หรือประชุมกันเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนาถวายพระกุศล ภายหลังจากการทำวัตรเย็น ตามบริบทที่เหมาะสม โดยเน้นความเรียบง่าย และคำนึงถึงสาธารณประโยชน์
จึงประกาศให้คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนได้ทราบโดยทั่วกัน