“วัดอภิธรรมวนาราม” หรือ “วัดป่าภูกระแต” ตั้งอยู่บ้านขี้ตุ่น หมู่ 10 ต.สำโรง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม สังกัดมหานิกาย

โดยมี “พระครูประภัศร์ธรรมนิวิฐ” หรือ หลวงพ่อบานเย็น ปภัสโร ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าภูกระแต

ปัจจุบันสิริอายุ 62 ปี พรรษา 37 เป็นพระนักอนุรักษ์ป่าไม้ที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน

เที่ยววัด-วันหยุด

เกิดที่บ้านขี้ตุ่น ต.สำโรง หมู่ 10 ต.สำโรง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม อุปสมบทเมื่อปี 2532 ที่วัดบ้านสำโรง ได้ไปจำพรรษาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดหลายแห่งในภาคอีสาน

ประมาณพรรษาที่ 10 จึงเดินทางกลับมาบ้านเกิด ได้พบเห็นป่าภูกระแต ซึ่งเป็นป่าสาธารณประโยชน์ขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 700 ไร่เศษ ซึ่งชาวบ้าน รวม 6 หมู่บ้าน ในเขต ต.สำโรง ที่อยู่ติดชายป่านี้ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อาทิ เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติภายในป่าอุดมไปด้วยพืชสมุนไพร เห็ดป่า กระเจียว และสัตว์ป่านานาชนิดไม่ว่าจะเป็น นก หนู กระรอก กระแต รวมทั้งไม้ยืนต้นพวก ประดู่ กระบก มะค่าแต้ เป็นต้น เรียกว่าเป็นตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของชุมชน

เที่ยววัด-วันหยุด

เที่ยววัด-วันหยุด

แต่สภาพป่าที่เห็นขณะนั้น คือ ป่าบางส่วนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ถูกนายทุนบุกรุกเข้ามาเปิดหน้าดิน ขนเอาดินลูกรังออกจากป่า สร้างความเสียหายต่อสภาพป่า บางจุดยังพบการแอบลักตัดต้นไม้เป็นจำนวนมาก

จึงเห็นว่า อาจทำให้ระบบนิเวศของป่าเปลี่ยนไป หากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นป่าเสื่อมโทรมได้ในอนาคต ด้วยสำนึกรักบ้านเกิดและจิตสำนึกในการรักษาป่าชุมชนผืนใหญ่นี้ไว้ ให้คงความอุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหารของชุมชนสืบไปตราบชั่วลูกหลาน

เที่ยววัด-วันหยุด

ในปี พ.ศ.2541 หลวงพ่อบานเย็น จึงตัดสินใจเข้ามาสร้างวัดขึ้นภายในป่าภูกระแตแห่งนี้ โดยร่วมแรงร่วมใจกับญาติโยมในพื้นที่ช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ป่า มีการปรับหน้าดินที่ถูกขุดให้กลับคืนสภาพเดิม ปลูกป่าเพิ่มเติม ทำพิธีบวชต้นไม้ทุกปี พร้อมกับอบรมปลูกจิตสำนึกให้คนในชุมชน ที่อาศัยหาอยู่หากินจากทรัพยากรในป่าแห่งนี้ ร่วมใจกันรักษาป่าไว้

ผลจากการที่อุทิศแรงกายแรงใจประกอบกับได้รับความร่วมมือจากญาติโยมในพื้นที่ เพียงเวลาไม่กี่ปี ทำให้ปัญหาการบุกรุกทำลายแผ้วทางป่าผืนนี้หมดไป ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จากป่าผืนนี้ เมื่อการปลุกจิตสำนึกของคนในชุมชนรอบชายป่าสำเร็จตามความตั้งใจ

เที่ยววัด-วันหยุด

จากนั้นลงมือพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ แต่จะเน้นใช้พื้นที่ว่างซึ่งปราศจากต้นไม้ อาทิ สร้างศาลาปฏิบัติธรรม เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปประธานประจำวัด สร้างพระประธานกลางแจ้งขนาดใหญ่ 1 องค์ และกุฏิหลังเล็ก ซ่อนอยู่ตามแนวแมกไม้อีกจำนวนหนึ่ง เป็นต้น ถาวรวัตถุเน้นปลูกสร้างตามความจำเป็นสำหรับใช้ปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์เท่านั้น

หลวงพ่อบานเย็นเล่าว่า ป่าภูกระแตเป็นป่าชุมชนที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้แนวป่าหลายหมู่บ้าน เข้ามาใช้ประโยชน์หากินของป่าตามฤดูกาล ปัญหาที่พบในครั้งแรก คือ การถูกบุกรุกเข้าถือครอง ทำให้เนื้อที่ป่าสูญหายไปจำนวนมาก รวมทั้งการลักลอบขุดหน้าดินเอาหินลูกรังไปขาย เห็นว่าหากปล่อยไว้อย่างนี้อีกไม่นาน คงจะไม่เหลือสภาพป่า ในปีพ.ศ.2541 จึงประสานความร่วมมือจากนายบัวเรียน วาปีสา ประธานชมรมอนุรักษ์ป่าดูนลำพัน อ.นาเชือก จัดตั้งวัดขึ้นภายในป่าแห่งนี้ โดยชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เที่ยววัด-วันหยุด

วัตถุประสงค์หลัก เพื่อรักษาป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้เอาไว้ โดยมีการตั้งกฎระเบียบการใช้ประโยชน์จากป่า ขอไม่ให้มีการบุกรุกแนวเขตป่าอีก พร้อมกับห้ามเข้ามาตัดไม้ทุกชนิด แต่ชุมชนสามารถเข้ามาหาอยู่หากินในป่าได้ตามปกติ ปรากฏว่าได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่เป็นอย่างดี ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวบ้านทุกคนร่วมกับวัดช่วยกันสอดส่องดูแลป่าไม้แห่งนี้มาโดยตลอด ทำให้ปัญหาการบุกรุกหมดไป

นอกจากนี้ วัดและชาวบ้านยังร่วมกับทางราชการร่วมกันปลูกป่าเสริมทุกปี

ในปี พ.ศ.2544 วัดป่าภูกระแต ได้รับการอนุญาตให้เป็นวัดที่ถูกต้อง และเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดมหาสารคามแห่งที่ 7 ทุกปีจะมีการจัดกิจกรรมปริวาสกรรมปฏิบัติธรรมตลอดปี ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งจัดอบรมนักเรียนเข้าค่ายปฏิบัติธรรมในพรรษา และจัดปฏิบัติธรรมประจำปี 2 ครั้ง

เที่ยววัด-วันหยุด

หลวงพ่อบานเย็นเล่าอีกว่า นอกจากวัดจะมีกิจกรรมกับชุมชนร่วมใจกันปลูกป่าเพิ่มสีเขียวให้ป่าชุมชนทุกปีแล้ว สำหรับภายในบริเวณวัดซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าหลายไร่ นอกจากจะปลูกไม้ยืนต้นแล้ว ทางวัดเห็นว่ายังมีพื้นที่ว่างพอที่จะนำพวกไม้ผลมาปลูกไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์นอกจากได้ร่มเงาแล้วยัง ยังได้ผลไม้ไปบริโภคไม่ต้องไปซื้อหาที่ตลาดให้สิ้นเปลือง

โดยขั้นแรกได้ขุดสระน้ำ เจาะบ่อบาดาล ใช้ระบบโซลาร์เซลล์นำน้ำขึ้นมาใช้ ลงมือปลูกไม้ผล อาทิ มะพร้าว มังคุด ทุเรียน เงาะ มะม่วง เป็นต้น ปัจจุบันไม้ผลที่วัดเจริญเติบโตให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ และแจกญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดไปกินฟรี ถึงแม้ผลไม้บางอย่างจะดูแลรักษายาก แต่หากญาติโยมใช้ความมานะอดทน ความเพียรคอยดูแล ด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่ก็จะประสบผลสำเร็จในทุกเรื่อง เรียกว่าให้เป็นแบบอย่างส่งเสริมญาติโยมนำไปปฏิบัติตามรู้จักปลูกอยู่ปลูกกินที่บ้าน เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน และวัดยังมีกล้าไม้ผลหลายชนิดแจกญาติโยมที่สนใจนำไปปลูกที่บ้าน

หากท่านใดมีโอกาสผ่านมาทาง อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม แวะเข้าไปเที่ยวภายในวัดป่าภูกระแต สัมผัสธรรมชาติป่าไม้ที่ร่มรื่น อาจได้ผลไม้ติดมือกับไปกินที่บ้าน

เชิด ขันตี ณ พล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน