กรมการศาสนาร่วมกับจังหวัดนครนายก โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครนายก จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน ทำบุญตักบาตร ยลวิถีลาวเวียง” โดยมีพระครูอุดมกิจจานุกูล เจ้าคณะตำบลสาริกา เขต 1 เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา มอบหมายให้ นายธีทัต พิมพา รองอธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายชานน วาสิกสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ผู้แทนส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วม เมื่อเร็วๆ นี้ ณ วัดคีรีวัน อ.เมือง จ.นครนายก


นายธีทัตกล่าวว่า การจัดงานโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน ทำบุญตักบาตร ยลวิถีลาวเวียง” ที่วัดคีรีวัน มีกิจกรรมการตักบาตร ยลวิถีลาวเวียง ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในวันธรรมสวนะ ถือเป็นกิจกรรมที่สืบทอดมาจากวิถีในชุมชน ซึ่งชุมชนในพื้นที่ได้ปฏิบัติมาอย่างยาวนาน เพื่อรักษา สืบสานประเพณีวัฒนธรรมให้คงอยู่ ชาวไทยเวียงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีนาวา ได้ร่วมกันสืบทอดประเพณีตักบาตร และประเพณีสำคัญในชุมชน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานฯ จะได้ร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ร่วม “ทำบุญตักบาตร ยลวิถีลาวเวียง” เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ วัดคีรีวัน อุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ตลาดลาวเวียงวัดคีรีวัน เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ และอุดหนุนชุมชน กิจกรรมมอบเครื่องอุปโภคช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง/ผู้พิการในชุมชนรอบวัดคีรีวัน และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน


วัดคีรีวันตั้งอยู่ใน ต.ศรีนาวา อ.เมือง จ.นครนายก เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์ทางพุทธศิลป์และเป็นแหล่งศรัทธาของประชาชน จุดเด่นของวัดคือพระแก้วมรกตองค์จำลองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประดิษฐานในพระวิหารบนยอดเขา งดงามตามศิลปะล้านนา สูงกว่า 9 เมตร แกะสลักจากหินหยกสีเขียวจากพม่า

อีกจุดสำคัญคือ ปราสาทขอมศิลาแลงสีแดงอิฐ จำลองศิลปะขอมโบราณ ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อโพธิ์” พระพุทธรูปปางนาคปรกอายุกว่า 1,000 ปี แกะสลักจากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่เป็นพระพุทธรูปโบราณที่หาชมได้ยาก หลวงพ่อโพธิ์เป็นที่เคารพศรัทธา เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ในการคุ้มครองผู้มากราบไหว้ ทำให้วัดคีรีวันเป็นจุดหมายสำคัญของผู้แสวงบุญ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนรากเหง้าทางศาสนาและศิลปกรรมไทยอย่างชัดเจน
สำหรับการจัดงานโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน กรมการศาสนา ดำเนินงานต่อยอดและขยายผลจากปีที่ผ่านมา โดยร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด คัดเลือกสถานที่ที่มีประเพณีโดดเด่น มีวัดอยู่ใกล้ชุมชน มีการให้บริการจัดของตักบาตรให้กับนักท่องเที่ยว การบริการเช่าชุดพื้นถิ่น การจัดพื้นที่แสดงสินค้าสำหรับชุมชน ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนและส่งผลให้มีการพัฒนาต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในเมืองหลักและเมืองรอง เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 10 แห่ง ได้แก่

1.ตักบาตรสะพานมอญ จ.กาญจนบุรี 2.นุ่งซิ่น นั่งสาด ตักบาตร 9 วัด จ.กาฬสินธุ์ 3.ตักบาตรวัดไทยสามัคคี จ.ตาก 4.ทำบุญตักบาตร ยลวิถีลาวเวียง จ.นครนายก 5.ชิมหนม ชมหลาด ตักบาตร หลาดลองแล จ.พังงา 6.ตักบาตรทางน้ำ ริมคลองข้าวตอก จ.พิจิตร 7.ตักบาตรพระทางน้ำวัดธาราวดี (บางจาก) จ.นครศรีธรรมราช 8.ปราจีนบุรีรวมใจ ตักบาตร เติมบุญ สร้างกุศลวิถีไทย จ.ปราจีนบุรี 9.ถนนบิณฑบาต ตามรอยหลวงปู่มั่น จ.สกลนคร 10.ตักบาตรพระทางน้ำ วัดปานประสิทธาราม จ.สมุทรปราการ

เพื่อกระตุ้นเตือนให้พุทธศาสนิกชนยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธศาสนา น้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในชีวิต เป็นการขยายโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล และเจริญจิตตภาวนา ทั้งในวันธรรมสวนะและในโอกาสอื่นๆ รวมทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ทำให้เกิดกระแสการหมุนเวียนของเม็ดเงิน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ทำให้เกิดรายได้แก่ ชุมชนรอบศาสนาสถาน ส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล และเจริญจิตตภาวนา