วันพุธที่ 9 ก.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 163 ปี ชาตกาล หลวงพ่อเหลือ นันทสาโร เจ้าตำรับ “ปลัดขิก” หนึ่งในเครื่องรางของขลังยอดนิยมของคนไทยมาแต่โบร่ำโบราณ พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมในหลายสำนัก นิยมจัดสร้างเพื่อแจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์ลูกหา โดยแต่ละสำนักจะมีกรรมวิธีและขั้นตอนการปลุกเสกการลงอักขระเฉพาะแตกต่างกันไป

ปลัดขิกที่ขึ้นชื่อลือชา มีอยู่หลายสำนัก แต่ที่ถือเป็นสุดยอดของเมืองไทย เป็น 1 ใน ชุดเบญจภาคีเครื่องรางของขลังของไทย ต้องยกให้ปลัดขิกหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก เป็นที่แสวงหาของบรรดานักนิยมสะสมเครื่องรางของขลัง

มีนามเดิม เหลือ รุ่งสะอาด เป็นชาวฉะเชิงเทราโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ค.2405 ที่ ต.บางเล่า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา บิดา-มารดา ชื่อ นายรุ่ง-นางเพชร รุ่งสะอาด

ในช่วงวัยเยาว์ เป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยงานบิดามารดาและญาติพี่น้องจนเป็นที่รักใคร่ของทุกคน เมื่อถึงวัยอันควรในปี พ.ศ.2428 เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดสาวชะโงก อ.บางคล้า โดยมี พระอาจารย์คง วัดใหม่บางคล้า เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการขิก วัดสาวชะโงก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โต วัดสาวชะโงก เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา นันทสาโร

ศึกษาพระปริยัติธรรมอักษรขอม-บาลี และวิปัสสนากัมมัฏฐาน จากพระอธิการขิก พระกรรมวาจาจารย์ ผู้มีวิทยาคมเข้มขลังจนแตกฉาน จากนั้นเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์กับพระเกจิผู้ทรงคุณอีกหลายสำนัก อาทิ หลวงพ่อดำ วัดกุฎี จ.ปราจีนบุรี และหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว จ.กาญจนบุรี เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเป็นสหธรรมิกกับพระเกจิชื่อดังอีกหลายรูป อาทิ หลวงพ่อเสือ วัดไผ่สามกอ ผู้เชี่ยวชาญด้านทำน้ำมนต์, หลวงพ่อนก วัดสังกะสี ศิษย์หลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน, หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก, หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ฯลฯ

อริยะโลกที่ 6

ท่านเคร่งครัดในพระธรรมวินัย รักสมถะ มีเมตตาธรรมสูงส่ง มุ่งทำนุบำรุงพระบวรพุทธศาสนา สร้างศาสนสถานและศาสนวัตถุต่างๆ ภายในวัดสาวชะโงกและวัดวาอารามอื่นๆ ใน จ.ฉะเชิงเทรา และใกล้เคียง ตั้งแต่ยังเป็นพระลูกวัด จนปี พ.ศ.2461 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก และในปี พ.ศ.2474 ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดสาวชะโงก

ท่านปกครองและพัฒนาวัดอย่างต่อเนื่อง จนวัดเจริญรุ่งเรืองเป็นที่เชิดหน้าชูตา ทั้งยังพัฒนาด้านการศึกษาแก่กุลบุตรกุลธิดา ได้สร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นที่วัดสาวชะโงก ชื่อโรงเรียนวัดสาวชะโงก (นันทประชาสรรค์)

เป็นพระเกจิที่มีคุณวิเศษในหลายด้าน มักได้รับนิมนต์เข้าร่วมพิธีปลุกเสกใหญ่เสมอ นอกจากนี้เมื่อครั้งสงครามอินโดจีนท่านก็เป็น 1 ในพระเกจิที่สร้างผ้ายันต์แดง แจกทหารในสงคราม แต่ที่โดดเด่นเป็นที่กล่าวถึง คือ ปลัดขิก

ด้วยสังขารไม่เที่ยง มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ม.ค.2488 เวลา 04.00 น. ด้วยโรคประจำตัวและความชรา สร้างความเศร้าเสียใจแก่คณะศิษยานุศิษย์ และบรรดาญาติมิตรเป็นอย่างยิ่ง

การจัดงานปลงศพเมื่อปี พ.ศ.2489 ได้รับพระราชทานเพลิง มีศิษยานุศิษย์และผู้เคารพนับถือเดินทางมาจากใกล้และไกลเป็นจำนวนมาก กำหนดประชุมเพลิงตั้งแต่เวลา 16.00 น. ใช้เวลานานถึง 3-4 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

ขณะเดียวกัน ทางวัดจัดสร้างพระเจดีย์ พระครูนันทีราจารย์ (หลวงพ่อเหลือ) แล้วเสร็จและได้บรรจุอัฐิไว้เมื่อปี พ.ศ.2490 เพื่อเป็นอนุสรณ์สืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน