วันพฤหัสบดีที่ 17 ก.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 47 ปี มรณกาล “พระครูสังวรกิตติคุณ” หรือ “หลวงพ่อเอีย” วัดบ้านด่าน ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี
กล่าวได้ว่าเมื่อสมัย 40-50 ปีก่อนแถบชายแดนไทย-เขมรภาคตะวันออกไม่มีใครไม่รู้จัก “หลวงพ่อเอีย กิตติโก” วัดบ้านด่าน จ.ปราจีนบุรี พระเกจิชื่อดัง
ได้รับนิมนต์ร่วมปลุกเสกในพิธีพุทธา ภิเษกมากมายทั้งในท้องที่เขตจังหวัดปราจีนบุรีและต่างถิ่น รวมไปถึงพิธีใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร

เกิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2448 บิดา-มารดาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเยาว์ เป็นคนฝักใฝ่ในการศึกษา เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมต้นที่โรงเรียนประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาบรรพชาเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2465 ซึ่งมีอายุได้ 17 ปี
ศึกษาพระปริยัติธรรม ปฏิบัติเคร่งครัด และฝึกสมถกัมมัฏฐาน สืบเนื่องมาจนอายุครบบวชจึงอุปสมบทเมื่อวันที่ 18 พ.ค.2468 ที่วัดสัมพันธ์ ต.สัมพันธ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีพระครูสังวรกิจเป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการอ้วน วัดชัยมงคล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเคน วัดบ้านด่าน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
เป็นพระผู้มีพรสวรรค์อันปราดเปรื่อง มุ่งมั่นในการศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ แม้ว่าสำนักศึกษาในสมัยนั้นจะหาไม่ได้ง่ายๆ ต้องบุกบั่นเดินทางไปไกลๆ และหาความสะดวกมิได้เลย แต่ท่านก็ไม่ได้ย่อท้อ
ครั้นได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนเป็นที่เข้าใจดีแล้วก็เดินธุดงค์ไปยังสำนักหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อศึกษาวิทยาการต่างๆ ทั้งกฤตยาคม และแพทย์แผนโบราณ จนได้ประกาศนียบัตร
เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านได้ ดังนั้น ใครก็ตามที่ประสบความทุกข์ร้อนไม่ว่าทางกาย อันได้แก่ โรคาพยาธิ หรือทางใจ หรือเดือดร้อนอื่นๆ หากช่วยได้ก็จะช่วยเหลือโดยไม่รั้งรอ ผู้ที่ไปหาจึงได้รับแต่ความอบอุ่นทั้งกายและใจ ความพร้อมมูลด้วยพรหมวิหาร 4 ของหลวงพ่อ อันได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งสร้างเกียรติประวัติของท่านให้เป็นที่เลื่องลือ
ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ.2482 โดยเสียสละเวลาช่วยเหลือชาวบ้านทางด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและคุณไสยต่างๆ มีชาวบ้านมาจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหน้ามาวัดจนวัดมีสภาพเหมือนโรงพยาบาลย่อมๆ
บางคนที่อาการหนักจะมาพักอาศัยอยู่ที่วัดนานเป็นเดือน แต่ด้วยเมตตาธรรมจึงให้การดูแลรักษาอย่างเท่าเทียมกัน
ในปี พ.ศ.2501 เป็นเจ้าคณะตำบลเกาะลอย ปกครอง 7 วัด และเป็นพระอาจารย์ใหญ่สำนักศึกษาพระปริยัติธรรม ในปี พ.ศ.2502 เป็นพระอุปัชฌาย์
ท้ายสุดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีที่พระครูสังวรกิตติคุณ ในปีพ.ศ.2511
อบรมสั่งสอนทั้งพระภิกษุ-สามเณร ตลอดจนอุบาสก-อุบาสิกาอยู่เนืองนิจ ท่านส่งเสริมเรื่องการศึกษา โดยตั้งสำนักศึกษาพระปริยัติธรรมและสอนกัมมัฏฐานและยังสร้างโรงเรียนประชาบาลชื่อ “โรงเรียนเกาะลอยกิตติโกอุปถัมภ์”
ด้านวัตถุมงคลสร้างไว้มากมายหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ พระกริ่ง ภาพถ่าย พระผง ผ้ายันต์ ตะกรุด ฯลฯ
สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2521 สิริอายุ 73 ปี พรรษา 52
คำสั่งสุดท้ายได้สั่งแก่ศิษย์ทั้งหลายว่า “ขอให้ศิษย์ทุกคนจงทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ใครกระทำแล้วย่อมประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย และท่านเคยสอนว่าความสามัคคีคือกำลังสำคัญทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านว่าคนเรานี้จะอยู่ในสถานที่ใดๆ ก็ตาม จงทำความเจริญขึ้นให้แก่สถานที่นั้นด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สิ่งทั้งหลายย่อมปรากฏ”