“วันเสาร์ที่ 19 ก.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 51 ปี มรณกาล “หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม” พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากัมมัฏฐานชื่อดัง อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พระเถระชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
เป็นกัมมัฏฐานศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่าที่ได้ติดตามบำเพ็ญกัมมัฏฐาน เผยแผ่ธรรมคำสอน ตลอดจนร่วมเดินธุดงค์ไปตามป่าเขาทั่วทุกหนทุกแห่งทั่วทั้งภาคเหนือและอีสาน
อีกทั้งเป็นสหธรรมิกกับหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ด้วย
สร้างวัดป่าขึ้นหลายแห่งที่จ.เชียงใหม่ จนเป็นที่เคารพของชาวล้านนา ก่อนมุ่งหน้าไปตามป่าเขา บำเพ็ญเพียรบนภูเขาควาย ไปจนถึงประเทศพม่า
เกิดในสกุลปลิปัตต์ เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ก.พ.2431 เป็นชาวบ้านข่า ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม ช่วงเยาว์วัย อาศัยวัดเป็นลูกศิษย์วัด ด้วยอุปนิสัยรักสงบจึงเข้าพิธีบรรพชา

ครั้นอายุ 21 ปีเข้าพิธีอุปสมบทครั้งแรกในฝ่ายมหานิกาย โดยมีพระอุปัชฌาย์คาน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นพระอุปัชฌาย์
ด้วยนิสัยใฝ่ศึกษาเล่าเรียนและชอบค้นคว้า หลังจากออกพรรษาได้เดือนเศษจึงเดินเท้าระยะทาง 51 กิโลเมตรไปศึกษาพระปริยัติธรรม วิชาบาลีสนธิ์นามและมูลกัจจายน์ ที่วัดโพธิ์ชัย อ.ท่าอุเทน ที่มีชื่อเสียงมากขณะนั้น ใช้เวลา 4 ปีเต็ม
เดินธุดงค์แสวงความหลุดพ้น แวะพักทำกัมมัฏฐานที่พระบาทบัวบก อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ผ่าน จ.หนองคาย ไปฝั่งลาว นครเวียงจันทน์ ก่อนมุ่งหน้าไปบำเพ็ญเพียรภาวนาที่เชิงภูเขาควายที่เต็มไปด้วยป่าทึบและภยันตรายเป็นเวลา 4 เดือนเต็ม
จากนั้นเดินทางต่อไปยังหลวงพระบาง ผ่านเมืองแมด เมืองกาสี และเข้าสู่เขตเมืองเชียงตุง ประเทศพม่า เรียนคาถาอาคมในการเดินทางเพื่อความปลอดภัยกับพระพม่า ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น แต่ละวันจะเดินทางเฉลี่ย 7-10 กิโลเมตร
ก่อนมุ่งหน้ากลับเข้าประเทศไทย มุ่งหน้าสู่จ.เชียงใหม่ เนื่องจากทราบว่าขณะนั้นพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอุบาลีคุณูปมาจารย์มาพำนักสอนและอบรมกัมมัฏฐาน
หลังไปกราบพระอาจารย์มั่นที่วัดเจดีย์หลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงญัตติเป็นฝ่ายธรรมยุต โดยมีพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูศรีพิศาลสารคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูนพีสีพิศาลคุณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ชอบอากาศทางภาคเหนือ เพราะเห็นว่าสามารถบำเพ็ญสมณธรรมได้โดยสงบ
ต่อมาได้สร้างวัดป่ากัมมัฏฐานขึ้นหลายแห่งคือ วัดป่าดาราภิรมย์ อ.แม่ริม, วัดป่าสามัคคีธรรม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งวัดป่าที่ อ.แม่แตง แห่งนี้เป็นวัดที่พระอาจารย์ตื้ออยู่จำพรรษานานที่สุด
ขณะธุดงค์กับพระอาจารย์มั่นไปตามสถานที่ต่างๆ จนพระอาจารย์มั่นกลับอีสานแล้ว แต่หลวงปู่ตื้อกลับเดินธุดงค์ต่อ
จนกระทั่งในปี พ.ศ.2514 หลังจากออกพรรษา ลูกหลานและทายก ทายิกา ชาวนครพนมได้ไปกราบอาราธนานิมนต์ให้กลับไปจำพรรษาที่วัดป่าอรัญญิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม
เมื่อกลับสู่มาตุภูมิได้นำช่างมาก่อสร้างเจดีย์ สร้างเสร็จในปีพ.ศ.2516 และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมจัดงานฉลองสมโภชบวชชีพราหมณ์ 230 คน ตลอดจนแสดงธรรมโปรดญาติโยมไม่ว่างเว้น และอบรมพระภิกษุ-สามเณรให้รู้จักปฏิบัติกัมมัฏฐานอย่างแท้จริง
วันที่ 19 ก.ค.2517 หลังจากเทศนาให้โอวาทพระภิกษุสามเณรที่มาถวายสักการะก็มีอาการหมดลม เนื่องจากร่างกายอ่อนเพลีย ก่อนมรณภาพอย่างสงบเวลา 19.05 น.
สิริอายุ 86 ปี พรรษา 65