เมื่อ 60 ปีก่อน พระสงฆ์คณะหนึ่ง เรียกว่า “พระธรรมจาริก” ออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาและช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะบนพื้นที่สูงของประเทศไทย

โครงการพระธรรมจาริก จัดตั้งขึ้นตามมติมหาเถรสมาคม พ.ศ.2508 โดยมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวัณณโชโต) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม และอดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นองค์ปฐมประธานคณะพระธรรมจาริก

พ.ศ.2537 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคมและอดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก รูปที่ 2

กระทั่งในปี พ.ศ.2558 พระธรรมวชิราธิบดี (ฉ่ำ ปุญญชโย) เป็นประธานคณะพระธรรมจาริกรูปที่ 3 สืบต่อจากเจ้าประคุณทั้งสองรูป

มงคลข่าวสด

ปัจจุบัน พระธรรมวชิราธิบดี สิริอายุ 65 ปี พรรษา 44 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร, เจ้าคณะภาค 17, ประธานคณะพระธรรมจาริก และเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนใต้

มีนามเดิม ฉ่ำ ไชยตาล เกิดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2503 เกิดที่จังหวัดเชียงราย บิดา-มารดาชื่อ นายคำมูล และนางแก้ว สมจิตร

บรรพชาเมื่อปี พ.ศ.2517 ณ วัดป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย

พ.ศ.2524 อุปสมบท ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวัณณโชโต) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพุทธิวงศมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา ปุญญชโย

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลีอย่างจริงจัง แต่ด้วยเห็นว่าวัดในต่างจังหวัด ยังมีความไม่พร้อมในด้านการศึกษาหลายด้าน ท่านจึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวง เรียนหนังสือที่สำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ สามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค

มีความมานะใฝ่การศึกษา สำเร็จการศึกษาพุทธศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฯลฯ

อนึ่ง ในขณะอยู่ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม รับภาระในงานสำคัญต่างๆ เป็นอันมาก สนองงานเจ้าอาวาสในการพัฒนาวัดมาโดยลำดับ จนได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2545 เป็นรองเจ้าคณะภาค 16 พ.ศ.2546 เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ พ.ศ.2549 เป็นรองเจ้าคณะภาค 17 พ.ศ.2557 เป็นเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร

พ.ศ.2564 เป็นเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนใต้

พ.ศ.2568 เป็นเจ้าคณะภาค 17

งานเผยแผ่ พ.ศ.2558 เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก

ลำดับสมณศักดิ์พ.ศ.2537 เป็นพระครูปลัดสัมพิพัฒนปัญญาจารย์ ฐานานุกรมในสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวัณณโชโต) พ.ศ.2538 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระศรีธรรมบัณฑิต

วันที่ 12 ส.ค.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชกิตติโสภณ

พ.ศ.2552 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพกิตติเวที

วันที่ 14 พ.ย.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวชิราธิบดี

กล่าวได้ว่า พระธรรมวชิราธิบดี ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง ด้วยมีวัตรปฏิบัติอันน่ายกย่องและศรัทธายิ่งของบรรดาศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทั่วไป ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ช่วยเหลือพุทธศาสนิกชน โดยเฉพาะชาวเหนือและชาวเขาไม่มีที่สิ้นสุด

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี แห่งการดำรงตำแหน่งประธานคณะพระธรรมจาริก ได้นำพาคณะพระธรรมจาริกในการเป็นผู้นำจิตวิญญาณของเหล่าราษฎรกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล โดยอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวเชื่อมให้เกิดความสงบสุข ผ่านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและอบรมศีลธรรม เพื่อยกระดับจิตใจ ปลูกฝังคุณธรรม พัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนในถิ่นทุรกันดาร ให้สามารถดำรงชีพและประพฤติตนได้อย่างถูกครรลอง

บังเกิดผล มีชาวเขาประกาศตนเป็นพุทธมามกะจำนวนมาก บิดามารดาต่างพาบุตรหลานเข้ามาบวชเป็นพระภิกษุ-สามเณร ปัจจุบันมีชาวเขาเข้ามาบรรพชาอุปสมบทราษฎรบนพื้นที่สูง อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพระธรรมจาริกแล้ว รวม 12,167 รูป

ทุ่มเทให้กับงานสังคมสงเคราะห์ตลอด ไม่ถือตัว ให้ความเมตตาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

จึงเป็นพระเถระที่เสียสละให้แก่สังคม เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและสำคัญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน