วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดราชบพิธ ทรงบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุประทานอุทิศแด่ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม เนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ เป็นปีที่ 17


สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร)
จากนั้น ทรงนำคณะสงฆ์สวดมนต์ทำวัตรเย็น สวดพระพุทธมนต์ และโปรดให้สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สวดพุทฺธปาวจนปติสฺส ปตฺติทานคาถา ถวายกุศลแด่สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี
สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี มีนามเดิมว่า ทองเจือ สายเมือง เกิดเมื่อวันที่ 2 มี.ค.2451 ที่ปากคลองบางเขน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เป็นบุตรของรองอำมาตย์ตรี ขุนศุภผลภาษี (สงวน สายเมือง) กับนางแส สายเมือง
ในช่วงวัยเยาว์ ด.ช.ทองเจือ เรียนอักษรสมัย ตามความนิยมในสมัยนั้นจากบิดาของท่าน จนพออ่านออกเขียนได้ ก่อนเข้าศึกษาจนจบชั้นประถมศึกษา

เข้าพิธีบรรพชา เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2467 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์
กระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ สามเณรทองเจือ เข้าพิธีอุปสมบท วันที่ 2 มิ.ย.2472 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมี สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยมุนี (แปลก วุฑฒิญาโณ) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระจุลคณิศร (จรัส สุตธโน) เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบท ศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก พ.ศ.2481 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้สร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย อาทิ งานด้านการศึกษา เป็นกรรมการสังคีติการกสงฆ์ สังคายนาพระธรรมวินัยตรวจชำระพระไตรปิฎก ฉบับมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ เป็นกรรมการจัดการสอนศีลธรรม เป็นกรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นต้น

งานด้านสาธารณูปการ ได้เป็นองค์อุปถัมภ์และดำเนินการก่อสร้าง วัดไกรลาส อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสงฆ์ และเป็นกรรมการพิจารณาปรับปรุงตลาดเฉลิมโลก
งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ท่านเป็นแม่กองงานพระธรรมทูต งานด้านพัฒนาสังคม เป็นกรรมการจัดตั้งทุนสาธารณสุขสงเคราะห์และศึกษาสงเคราะห์

ส่วนงานปกครองคณะสงฆ์ ท่านดำรงตำแหน่งมากมาย อาทิ เป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประธานคณะกรรมการคณะธรรมยุต กรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย ประธานกรรมการร่างกฎหมายมหาเถรสมาคม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 14-15 (ธ) กรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์ ประธานกรรมการพิจารณายกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง กรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลาง และกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของคณะสงฆ์

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2489 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระจินดากรมุนี พ.ศ.2495 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2498 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามเดิม
พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมจินดาภรณ์ พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เทียบเท่ารองสมเด็จพระราชาคณะที่พระมหารัชมังคลาจารย์
พ.ศ.2516 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นรองสมเด็จพระราชาคณะที่ พระพุทธพจนวราภรณ์
พ.ศ.2532 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี

ตลอดชีวิตของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจปาพจนบดี ท่านได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้แก่การศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาสงฆ์ ทำให้วงการศึกษาสงฆ์เจริญก้าวหน้าตามลำดับ สามารถสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งเกิดล้มป่วยอาพาธเป็นประจำ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง
กระทั่ง มรณภาพอย่างสงบ ด้วยวัยวุฒิสิริ 100 ปี พรรษา 80 เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2551