วันเสาร์ที่ 9 ส.ค.2568 น้อมรำลึก ครบรอบ 80 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อสมชาย พุทธสโร” อดีตเจ้าอาวาส วัดโพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิและพระนักพัฒนาเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน

เป็นศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวที่สืบทอดวิทยาคมหลวงพ่อแจ๋ ติสสโร อดีต เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิชื่อดัง

พื้นเพเป็นชาวบางน้ำเปรี้ยว เกิดในสกุลไทยเจริญ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2488 บิดา-มารดาชื่อ กำนันผาด ไทยเจริญ และนางจำปี ไทยเจริญ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย

เข้าศึกษาที่โรงเรียนบางน้ำเปรี้ยววิทยา จนจบชั้นมัธยมศึกษา

เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อปี พ.ศ.2510 โดยมีพระครูรัตนสุนทร (กวย) วัดบางน้ำเปรี้ยว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิริเกตุวรคุณ (เลี่ยม) วัดเกตุสโมสร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูจารุวรรณ (จ้อย) วัดบางน้ำเปรี้ยว เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อยู่รับใช้พระอุปัชฌาย์ที่วัดบางน้ำเปรี้ยว 7 วันจึงย้ายไป จำพรรษาที่วัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ (คลอง 20) ศึกษาวิชาความรู้กับหลวงพ่อแจ๋ ติสสโร ที่เลื่อมใสศรัทธามาตั้งแต่ก่อนบวช

ระหว่างจำพรรษาตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้สำเร็จนักธรรมชั้นเอก จากนั้นหันไปศึกษาวิทยาคม จนสามารถจารอักขระเลขยันต์ได้คล่องแคล่ว เขียนยันต์ได้งดงามเป็นที่ไว้วางใจให้จารตะกรุดแทน ที่สำคัญ ศึกษาวิทยาคมที่หลวงพ่อแจ๋เรียนมาจากหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน จนหมดสิ้น ทั้งวิชาจากพระครูญาณรังสีมุนีวงษ์ (ทำ) วัดสัมปทวน ก็เรียนจนทะลุปรุโปร่ง

ศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อแจ๋นาน 6 ปี จึงเดินทางไปขอเรียนวิชาจากหลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว ซึ่งได้รับวิชาตกทอดมาจากหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก และหลวงพ่อถึก วัดสนามช้าง ได้แก่ วิชาปลัดขิกและนะเก้ายอด ก่อนไปศึกษาพุทธาคม กับพระครูกิตตินนทคุณ (กี๋) วัดหูช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี, หลวงปู่ถิร วัดป่าเลไลยก์, หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราชและหลวงพ่อสีหมอก วัดวังตะโก

อริยะโลกที่ 6

หลวงพ่อสมชาย

จากนั้นจึงธุดงค์รอนแรมไปในภาคเหนือเพื่อศึกษาและฝึกฝน จนได้พบกับพระครูสันติวรญาณ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) พระป่าสายหลวงปู่มั่นที่วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อยู่จำพรรษาฝึกฝนวิปัสสนา แล้วธุดงค์กลับมาวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ ช่วยงานพระครูโพธิวรานุรักษ์ (ไพบูลย์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ เฉลิมรักษ์ พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง

ในปี พ.ศ.2519 ธุดงค์มาปักกลดบริเวณตำบลโพรงอากาศ นายจันทร์และนางแฉล้ม ประดิษฐ์วงศ์ (ศิริสุข) เจ้าของที่ดินเกิดความศรัทธาจึงถวายที่ดิน 7 ไร่ให้สร้างวัด พร้อมทั้งถวายที่ดินเพิ่มให้อีก 8 ไร่ รวมทั้งสิ้น 15 ไร่

นอกจากนี้ สละที่ดินส่วนตัวที่เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อขายไปทั้งหมด แล้วนำเงินมาซื้อที่ดินเพิ่มจนมีที่ดินทั้งหมด 48 ไร่ จากนั้นจึงเริ่มงานก่อสร้างต่างๆ โดยระหว่างเริ่มก่อสร้างวัดได้รับนิมนต์ไปประเทศอินเดียเพื่อนมัสการสังเวชนียสถาน 5 ตำบล กับพระครูประกาศสมาธิคุณ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี

ในคราวนั้นได้นำผ้าป่าไปทอดถวาย วัดไทยที่เมืองสารนาถเพื่อสร้างโบสถ์ได้ปัจจัยจำนวน 76,000 ดอลลาร์ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับประเทศไทย

เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง พูดจริงทำจริง ใครที่ได้เข้ามากราบนมัสการสนทนาพูดคุยจะได้ธรรมะข้อคิดมากมาย ด้วยจะให้คำแนะนำสั่งสอนและชี้ทางแก้ไขทุกข์ทางกายและทางใจ

อีกทั้งปัจจัยเงินทองที่ได้มาจากการบริจาคหรือจากการทำบุญบูชาวัตถุมงคลจะนำไปใช้สร้างวัดจนหมดสิ้น

ผลงานชิ้นสำคัญคือ อุโบสถมหาเจดีย์ ซึ่งเป็นอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา มีเสาโบสถ์ขนาด 3 คนโอบ จำนวนถึง 196 ต้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดโพรงอากาศที่โดดเด่นสะดุดตา

จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ โดยสืบสานตำราและรูปแบบของหลวงพ่อแจ๋มาจัดสร้างและปลุกเสกเดี่ยวอย่างเข้มข้น

วัตถุมงคลยอดนิยม อาทิ พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก รุ่นแรก สร้างตามตำรับหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน, เหรียญนางกวัก รุ่นแรก และรุ่น 2 พิมพ์ทรงเดียวกับของหลวงพ่อแจ๋ ฯลฯ

ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 22 ม.ค.2568 มรณภาพอย่างสงบ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่โรงพยาบาลพุทธโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

สิริอายุ 79 ปี พรรษา 59

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน