วันพฤหัสบดีที่ 14 ส.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 21 ปี มรณกาล “พระครูเรวัตศีลคุณ” หรือ “หลวงปู่สังข์ เรวโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

มีนามเดิม สังข์ ซ้ายคล้าย เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.2449 ที่บ้านประโพรง ต.ดอนตรอ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

อายุ 4 ขวบ บิดาและมารดาเสียชีวิต ทำให้ต้องไปอาศัยอยู่กับพี่สาว พออายุ 6 ขวบ พี่สาวพาไปฝากให้เป็นเด็กวัด อยู่กับพ่อท่านอาจารย์สุก วาจาสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดดอนตรอ เกจิอาจารย์ด้านวิทยาคมและแพทย์แผนโบราณ เพื่อปรนนิบัติรับใช้ไว้เป็นศิษย์ โดยไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน

แต่ด้วยความเป็นเด็กขยัน ว่านอนสอนง่าย ทำให้ได้รับความเอ็นดู จึงเริ่มถ่ายทอดวิชาความรู้สอนให้รู้จักตัวหนังสือต่างๆ รวมทั้งรับการถ่ายทอดความรู้ด้านภูมิปัญญาสาขาแพทย์แผนไทย

ส่งผลให้มีความสำนึกตื้นตันในพระคุณ ออกให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากในบริเวณใกล้เคียง จนเมื่ออายุครบ 17 ปี บรรพชาอยู่ที่วัดดอนตรอ แต่อยู่ได้เพียง 3 ปี พ่อท่านสุกก็สิ้นบุญ

อายุครบ 21 ปี ในปี พ.ศ.2470 เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดเขาแก้ววิเชียร อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับฉายา เรวโต

เริ่มต้นปฏิบัติธรรมและศึกษาพระปริยัติธรรมอย่างเคร่งครัดควบคู่ไปด้วยกัน จนสำเร็จนักธรรมตรี ปี พ.ศ.2486 เจ้าอาวาสวัดดอนตรอได้ลาสิกขา คณะสงฆ์จึงได้มีการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนตรอสืบต่อมา

อริยะโลกที่ 6

หลวงปู่สังข์ เรวโต

 

บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อศาสนา พัฒนา ทำนุบำรุงสาธารณสมบัติ สร้างคุณูปการอันทรงคุณประโยชน์ที่ปรากฏแก่ชาวบ้านมากมาย ส่งผลให้ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลดอนตรอ พ.ศ.2494 และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูเรวัตศีลคุณ พระครูชั้นตรี ในปี พ.ศ.2503 และเป็นพระครูชั้นโท ชั้นเอก ตามลำดับ

เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนตรอมายาวนานกว่า 60 ปี มีความตั้งใจแต่เยาว์วัยที่จะยึดแนวทางของพุทธศาสนาและครองเพศบรรพชิต

ศึกษาพระสูตรพระไตรปิฎกจนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นคำสั่งสอน รวมทั้งยังทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ดูแล ผู้ที่อุปสมบทระหว่างจำพรรษาอยู่ที่วัด จะได้รับการดูแลเอาใจใส่ ไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง จนราษฎรทั้งใกล้เคียงและห่างไกลล้วนนิยมนำบุตรหลานมาอุปสมบทและจำพรรษาอยู่ที่วัดดอนตรอ เพราะเชื่อถือคำสั่งสอนของหลวงปู่สังข์ว่าจะสามารถปลูกฝังแก่นธรรมสู่จิตสำนึก สำหรับใช้เป็นแนวทางในการครองเรือนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเถระนักพัฒนาและปฏิบัติรูปสำคัญของ จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่รู้จักของวงการพระเครื่องและในหมู่พระเถระนักปฏิบัติทั่วประเทศไทย

กระทั่งช่วงค่ำวันที่ 12 ส.ค.2547 ปรารภกับคณะศิษย์ถึงเรื่องอุโบสถที่ยังสร้างไม่เสร็จ โดยมีความปรารถนาจะทำให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะหลวงปู่อายุมากแล้ว จากนั้นเข้าจำวัดตามปกติ ต่อมาเวลาประมาณตี 2 ลูกศิษย์พบนอนนิ่งไป จึงเข้าไปปลุก แต่ไม่ตอบสนอง จึงต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช

แพทย์นำหลวงปู่เข้าห้องฉุกเฉิน โดยแพทย์พยาบาลได้ช่วยกันปฐมพยาบาลและรักษาตัวอยู่ได้ 1 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เนื่องจากอยู่ในวัยชราภาพ

เวลา 01.10 น. คืนวันที่ 14 ส.ค.2547 มรณภาพอย่างสงบ สร้างความโศกสลดแก่คณะศิษย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน