วันเสาร์ที่ 16 ส.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 14 ปี มรณกาล “พระเทพวิสุทธิมงคล” หรือ “หลวงปู่ศรี มหาวีโร” วัดประชาคมวนาราม (ป่ากุง) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด พระวิปัสสนาจารย์สายอีสานที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างมาก

มีนามเดิมว่า ศรี ปักกะสีนัง เกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2460 ตรงกับวันศุกร์ เดือนหก ปีมะเมีย ที่บ้านขามป้อม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม บิดา-มารดา ชื่อ นายอ่อนสีและนางทุม ปักกะสีนัง

ในช่วงปฐมวัย เข้าศึกษาที่โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านขามป้อม ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำท้องถิ่น จบชั้นประถมปีที่ 6 และได้ขวนขวายเข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนสารคามพิทยาคม จนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 เมื่อปี พ.ศ.2480 ก่อนได้เข้ารับราชการเป็นครู

ครั้นอายุ 28 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดราษฎร์รังสรรค์ บ้านป่ายาง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด มีพระโพธิญาณมุนี (ดำ) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (ธรรมยุต) เป็นอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า มหาวีโร

พ.ศ.2489 จาริกไปจำพรรษาที่วัดป่าแสนสำราญ อ.วาริน ชำราบ จ.อุบลราชธานี มีโอกาสศึกษาปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสสนา กับพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ซึ่งเป็นศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต

ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในปฏิปทาของหลวงปู่มั่น บุรพาจารย์ใหญ่ด้านวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงปัจฉิมวัย พำนักอยู่ที่สำนักป่าบ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

พระอาจารย์ศรีไปกราบนมัสการและศึกษาธรรมกับหลวงปู่มั่น พร้อมทั้งอุปัฏฐากรับใช้จนกระทั่งหลวงปู่มั่นได้ถึงแก่มรณภาพ

พ.ศ.2495 ร่วมสร้างวัดป่าหนองแซง โดยบัญชาของท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี

ออกจาริกห่างถิ่นมหาสารคาม ในปี พ.ศ.2496 มายังวัดป่ากุงซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาประมาณ 170 ปี เป็นผู้นำในการพัฒนาวัดป่ากุงให้รุ่งเรืองโดยลำดับ จนกลายเป็นวัดที่งามสง่า เป็นศาสนสถานอันไพศาลสำหรับชาวพุทธผู้ศรัทธาในธรรม

จำพรรษาที่วัดประชาคมวนารามหรือวัดป่ากุง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา การสร้างคุณูปการและสาธารณประโยชน์เป็นจำนวนมาก

ที่เป็นงานยิ่งใหญ่ คือ การก่อสร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคลที่วัดผาน้ำทิพย์ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ประดิษฐานตระหง่านตระการตา ด้วยฝีมือลูกหลานไทย เป็นปูชนียสถานสำคัญสืบไปภายภาคหน้า

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2528 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร

วันที่ 12 ส.ค.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสังวรอุดม

พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิสุทธิมงคล

ในยามเช้า ผู้คนจากบ้านไกลหลายถิ่นจะมารวมกันที่หน้าวัดประชาคมวนาราม เพื่อเตรียมถวายภัตตาหารบิณฑบาต เป็นโอกาสที่สาธุชนจะได้กราบนมัสการหลวงปู่ศรีอย่างใกล้ชิด

การบิณฑบาตเป็นวัตรที่พระกัมมัฏฐานประพฤติปฏิบัติ หลวงปู่ศรีจะตื่นแต่ดึกออกเดินไปรอบวัดจนถึงเวลาบิณฑบาต ทำให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงแม้จะมีอายุกว่า 90 ปีแล้ว

หลังจากบิณฑบาตแล้ว สาธุชนจะร่วมกันถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณร หลังจากนั้นจะได้รับฟังธรรมเทศนาจากหลวงปู่ศรี ที่มีความสามารถอย่างสูงในการแจกแจงแสดงธรรมให้ผู้ฟังได้เข้าใจอย่างง่ายดาย

พระวิปัสสนาจารย์ที่เป็นสหธรรมิกที่ถูกอัธยาศัย อาทิ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงปู่บัว สิริปุณโณ, พระอาจารย์ชา สุภัทโท ซึ่งพระคณาจารย์เหล่านี้เคยออกเดินธุดงค์บำเพ็ญสมณธรรมด้วยกันทั้งสิ้น

เป็นร่มโพธิ์สำหรับสาธุชนทุกคน มีเมตตาธรรมเสมอภาค ไม่เคยแบ่งชั้นแก่ผู้ใด แม้ท่านที่เดินทางไปวัดประชาคมวนาราม จ.ร้อยเอ็ด ก็จะได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2554 เวลา 05.33 น. สิริอายุ 94 ปี 3 เดือน 13 วัน พรรษา 65

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน