นายอนันต์ สินครบุรี นายกเทศมนตรีตำบลครบุรีใต้ นำชาวบ้านและคณะศิษยานุศิษย์ ประกอบพิธีบูรพาจารย์รำลึกในโอกาสครบรอบ 31 ปี วันคล้ายวันมรณภาพ หลวงปู่นิล อิสสริโก หรือ พระครูนครธรรมโฆสิต ที่วัดครบุรี ต.ครบุรีใต้ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เพื่อร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของหลวงปู่นิล อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองโคราช

หลวงปู่นิล อิสสริโก
ได้รับขนานนามว่า “เทพเจ้าแห่งความเมตตาอีสานใต้” นำความรู้เกี่ยวกับการปรุงยาสมุนไพรโบราณ ช่วยเหลือชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย จนเป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งมีบรรดาศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่นิล ร่วมงานครั้งนี้กว่า 1,000 คน
โดยชาวบ้านและคณะศิษย์ ร่วมกันฟ้อนรำและนำสิ่งของบวงสรวงด้านหน้ารูปหล่อเหมือนหลวงปู่นิล พร้อมกับประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อและประเพณีโบราณ ซึ่งตลอดพิธี เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ตั้งแต่เริ่มพิธี

สำหรับประวัติหลวงปู่นิล เกิดในสกุล แหวนครบุรี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2444
วัยเด็กศึกษาเล่าเรียนโรงเรียนวัดครบุรี พออ่านออกเขียนได้ แต่ก่อนโรงเรียนประชาบาลยังไม่มี ต้องอาศัยพระสงฆ์เป็นครูสอนหนังสือ เรียนกันกลางศาลาวัด จากนั้นก็ออกมาช่วยทางบ้านทำนาหาเลี้ยงชีพ
ครั้นพอโตเป็นหนุ่ม มีอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยงานเพื่อนบ้าน จนเป็นที่รัก

อายุครบเกณฑ์ ได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดงต้องเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี หลังปลดเกณฑ์เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2465 ที่พัทธสีมาวัดนกออก โดยมีหลวงปู่กลิ่น วัดนกออก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการพรหม วัดป่าเลไลย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อแก้ว วัดนกออก เป็นพระอนุสาวนาจารย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมตรี จากนั้น ได้หันมาศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยไปร่ำเรียนวิชาจากพระอาจารย์หลายรูป อีกทั้งยังได้เรียนวิชาสมุนไพรต่างๆ สำหรับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยสมัยก่อนนั้นแพทย์แผนปัจจุบันยังมีน้อยและยามีราคาแพงมาก

ได้ตำรายาสมุนไพร พร้อมศึกษาวิทยาคมจากพี่ชาย ก่อนไปศึกษาเพิ่มเติมจากหลวงปู่น้อย วัดบ้านไผ่
รักษาคนไข้ รวมทั้งได้ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อน้อย วัดบ้านไผ่ อ.ครบุรี และหลวงพ่อโต วัดปอแดง จนมีวิทยาคมเข้มขลัง
กิจวัตรประจำวันจะตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ทุกวันไม่มีขาด ขึ้นมาทำน้ำมนต์ใส่โอ่งมังกรที่หน้ากุฏิ ก่อนนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน รุ่งเช้าท่านสวดมนต์ออกบิณฑบาต
ช่วงบ่าย รักษาผู้เจ็บป่วย ช่วงค่ำลงอุโบสถทำวัตรเย็น ตกดึกพักผ่อนจำวัด กลางดึกตื่นขึ้นมานั่งสมาธิวิปัสสนาเป็นเช่นนี้ตลอด รายได้จากการรักษาผู้ป่วย นำมาสร้างวัดทั้งหมด วัดครบุรีเจริญรุ่งเรืองเพราะหลวงปู่นิลโดยแท้

ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อปี พ.ศ.2482 อีกทั้งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูนครธรรมโฆสิต” ในเวลาต่อมา
สำหรับวัตถุมงคลที่คณะศิษย์ ร่วมกันจัดทำออกมาครั้งแรก เป็นรูปถ่ายขาวดำขนาด 1 นิ้ว เนื่องในโอกาสฉลองพัดยศพระครูนครธรรมโฆสิต นอกจากนี้ ได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระปฏิมาประทับบนฐาน 7 ชั้น ด้านหลังยันต์
หลังจากนั้นก็จัดสร้างวัตถุมงคลออกมา ทั้งเหรียญรูปเหมือน พระกริ่ง รูปเหมือนลอยองค์ สีผึ้งเจ็ดอังคาร ตะกรุดมหาอำนาจหนังเสือ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังจัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายประเภท ซึ่งล้วนได้รับความนิยมในแวดวงนักนิยมสะสมเหรียญคณาจารย์
แต่ที่ได้รับความนิยมสูง คือ เหรียญรุ่นฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2516
ทั้งนี้เมืองโคราช แบ่งออกเป็นสองฝั่ง แบ่งเขตจากอำเภอเมือง ฝั่งทิศเหนือเรียกว่า ฝั่งเหนือ ส่วนฝั่งทิศใต้จากอำเภอเมืองนครราชสีมาลงมา เรียกว่า ฝั่งใต้

พระเกจิดังฝั่งทิศเหนือ คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับฉายาว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองโคราชตอนเหนือ”
บรรดาเซียนพระต่างก็ให้ฉายาว่า สิงห์เหนือ กับ เสือใต้ ทั้งสองรูปมีวิทยาคมเข้มขลังมากบารมี โดยเฉพาะเรื่องวิทยาคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลวงพ่อคูณ โด่งดังในด้านฝังตะกรุดใต้ท้องแขนและวิชาอยู่ยงคงกระพันเป็นเลิศ ส่วนหลวงปู่นิลโด่งดัง เรื่องอยู่ยงคงกระพัน
ละสังขาร เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2537 สิริอายุ 92 ปี 6 เดือน พรรษา 72
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ