รอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งอยู่กลางแม่น้ำโขง ห่างจากวัดพระพุทธบาทเวินปลาและอยู่ห่างจากริมแม่น้ำโขงราว 100 เมตร ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม อยู่ตรงข้ามกับเมืองหินบูน แขวงคำม่วน สปป.ลาว

ตามตำนานหนังสือใบลานพระอุรังคธาตุ สมัยก่อสร้างพระธาตุพนม พ.ศ.8 หรือราวกว่า 2,500 ปี ระบุไว้ว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังตรัสรู้ได้เดินทางมาเผยแผ่พระธรรมในชมพูทวีปลุ่มแม่น้ำโขง ขณะล่องมาตามลำแม่น้ำโขง ได้มีเหล่าพญานาคใต้เมืองบาดาล และพญาปลาปากคำ ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้แปลงกายนิมนต์พระองค์ลงไปแสดงธรรมใต้บาดาล

ตำนานยังระบุว่า ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นมายังโลกมนุษย์ เหล่าพญานาคและพญาปลาปากคำ ได้ร้องขอพระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหินแห่งนี้ เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์แทนคำกราบไหว้บูชา จึงได้ปรากฏรอยพระพุทธบาท ที่ชาวพุทธศาสนิกชน ตลอดจนชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขง และชาวประมงหาปลา ได้เคารพกราบไหว้มาจนถึงปัจจุบันนี้
ถือเป็นรอยพระพุทธบาท 1 เดียวในโลก ที่พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทบนโขดหินกลางน้ำโขง ที่ชาวไทย-ลาวให้ความเคารพกราบไหว้มาแต่โบราณกาล เชื่อว่ามีอายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี

รอยพระพุทธบาทเวินปลา ปรากฏอยู่บนโขดหินเล็กๆ มีเนินดินกว้างประมาณ 30 เมตร ยาว 50 เมตร สูง 1 เมตร โขดหินที่ตั้งรอยพระพุทธบาทยาว 2 เมตร สูงพ้นน้ำราว 2 เมตร ปรากฏรอยเท้าคล้ายมนุษย์ สี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 55 เซนติเมตร ยาว 2.05 เมตร รอยนี้ตรงกลางมีรูกลม 1 รู มีนิ้ว 5 นิ้ว นิ้วโป้งอยู่ด้านล่าง รอยเท้านี้จะปรากฏในช่วงฤดูแล้ง เดือน มี.ค.-เม.ย.ของทุกปี
หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง พระเกจิชื่อดังสายกัมมัฏฐาน วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก จ.นครพนม เดินทางมาที่รอยพระพุทธบาทเวินปลาบ่อยครั้ง ซึ่งหลวงปู่คำพันธ์มักจะปรารภตลอดว่า “หากมีพิธีกรรมอันใดอยู่ใกล้ต้นน้ำลำธาร ให้อัญเชิญบอกกล่าวแก่เหล่าพญานาค เชื่อว่าพิธีกรรมนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก”

นายพิเชฏฐ์ หลั่งทรัพย์ กรรมการมูลนิธิพญาศรีสัตตนาคราช กล่าวว่า แม่น้ำโขงมีความสัมพันธ์กับพญานาค ตามตำนานอุรังคธาตุเล่าไว้ว่า ในแม่น้ำโขงมีพญานาค 3 ตนดูแลตั้งแต่ต้นจนถึงปลายน้ำ ตนแรกมีชื่อว่าพญาจิตตะนาคราชพญาโสมนาคราช และพญาชัยยะนาคราช พญานาคตนที่ 2 เป็นพญานาคที่ชอบปฏิบัติธรรมชอบมาบำเพ็ญเพียรที่วัดพระธาตุพนม ส่วนพญาชัยยะนาคราชจะชอบต่อสู้

กล่าวกันว่า พญานาคมีความสัมพันธ์กับรอยพระพุทธบาทเวินปลา ครั้งที่พระพุทธเจ้าประทับรอยพระบาทไว้ เมื่อครั้งเสด็จมายังอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ก่อนที่พระองค์จะกลับพญาปลาปากคำ และเหล่าพญานาค ขอสิ่งที่ระลึกและรอยที่ระลึกให้ไว้กราบสักการบูชา พระองค์เลยประทับรอยพระบาทไว้บนโขดหิน “เวิน” ภาษาโบราณหมายถึงที่ลึกมีน้ำวน และมีปลามาอยู่ จึงตั้งชื่อว่า “เวินปลา” เชื่อว่าใต้บาดาลมีเหล่าพญานาคมาอาศัยอยู่ และเมืองพญานาคที่เกิดจากการนิมิตไม่ใช่ถ้ำ

อีกทั้งยังเชื่อว่าบริเวณพระบาทเวินปลาแห่งนี้มีผู้คนนำเพชรนิลจินดาทองคำ และของมีค่ามาไว้ที่บริเวณนี้ถือว่าได้บุญกุศล เพราะคนชาวอีสานเชื่อว่าในการสร้างพระธาตุพนม ถ้านำเอาทรัพย์สินหรือของมีค่าไปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุพนมและได้บุญ พระบาทเวินปลาแห่งนี้เคยมีนักล่าสมบัติมาบ่อยในครั้งอดีต

คำนมัสการรอยพระพุทธบาทเวินปลา ตั้งนะโม 3 จบ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) สุวรรณะมัจฉา นะทิงหิลานัง นาคะราชา ยาจิตโค โคตะมัง พุทธเสฏถัง ปาทะวะหัง ฐาปิตัง อะหังวันทามิ ทูระโค อะหังวันทามิ ธาตุโค อะหังวันทามิ สัพพะโสติ สาธุ สาธุ อะนุโมทามิฯ

รอยพระพุทธบาทแห่งนี้ในช่วงหน้าฝน จะจมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่กราบไหว้ของสิ่งลี้ลับใต้บาดาล พอถึงช่วงหน้าแล้งแม่น้ำโขงจะลดระดับลง โขดหินก็จะโผล่พ้นเหนือน้ำ มักจะมีนักท่องเที่ยวสายมูที่เดินทางมาลานพญานาค มักจะแวะเดินทางไปกราบไหว้ด้วยรถยนต์ ใช้เวลา 15-20 นาที ห่างจากตัวเมืองนครพนมราว 15 กิโลเมตร ไปตามถนนทางหลวง 212 สายนครพนม-ท่าอุเทน ทางเข้าวัดพระบาทเวินปลาจะอยู่ขวามือ ตรงไปอีกราว 2 กิโลเมตร ก่อนเลี้ยวขวาเข้าวัดพระพุทธบาทเวินปลาก็จะพบกับโขดหินกลางแม่น้ำโขง

ห้วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. เทศบาลตำบล เวินพระบาทจะจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทเวินปลา เพื่อระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจสร้างสะพานทอดยาวไปจนถึงรอยพระพุทธบาทซึ่งห่างจากฝั่งไปราว 100 เมตร แต่ปัจจุบันทางกรมเจ้าท่าได้จัดสร้างสะพานเหล็กทอดยาวและมีโป๊ะไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพและทัศนียภาพกลางแม่น้ำโขงอย่างเต็มอิ่ม
ชนะ วสุรักคะ