วันอังคารที่ 2 ก.ย.2568 น้อมรำลึกครบ 90 ปี ชาตกาล “พระครูพิพิธธรรมาทร” หรือ “หลวงพ่อหวั่น กุสลจิตโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองคูณ ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ได้รับการยกย่องเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้ารูปหนึ่งของพิจิตร
มีนามเดิม หวั่น แพนนท์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 2 ก.ย.2478 ที่บ้านคลองคูณ หมู่ 2 ต.คลองคูณ อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร บิดา-มารดาชื่อ นายหมึก-นางขอด แพนนท์
ชีวิตในช่วงเยาว์วัยเป็นเด็กที่สัมผัสชีวิตอยู่กับธรรมชาติในชนบท มีจิตใจสงบเยือกเย็น ใกล้ชิดกับวัด ติดตามพ่อแม่ไปทำบุญฟังธรรมอยู่เสมอ พร้อมทั้งช่วยเหลือพ่อแม่ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เท่าที่กำลังเด็กจะทำได้
เมื่อเติบโตขึ้นสมควรได้รับการศึกษาเล่าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดคลองคูณจนจบชั้นประถมปีที่ 4 ภาคบังคับ จากนั้นออกมาช่วยเหลือครอบครัวเลี้ยงวัวควาย และประกอบอาชีพหลักเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมที่มีมาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย
เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2499 โดยมีพระครูพิเศษธรรมรัตน์ วัดหาดแตงโม อ.ตะพานหิน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระใบฎีกานนท์ วัดไผ่หลวง เป็นพระกรรมวาจาจารย์และพระธรรมธรสง่า วัดไซลงโขน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ได้รับนามฉายาว่า “กุสลจิตโต” มีความหมายว่า ผู้มีจิตในธรรมอันเป็นกุศล

เมื่อบวช 3 พรรษา ได้รับความศรัทธาจากชาวบ้านและคณะสงฆ์มอบหมายให้เป็นพระพี่เลี้ยงดูแลอบรมพระนวกะและได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส พ.ศ.2503 ครั้นพรรษาครบ 5 จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ.2505
ศึกษาอักขระเลขยันต์จากโยมพ่อหมึก ซึ่งเป็นศิษย์ของหลวงปู่จันทร์ อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองคูณ ศึกษาตำราเก่าแก่ของหลวงปู่โพธิ์ วัดวังหมาเน่า รวมทั้งพระอาจารย์รอด และหลวงพ่อจันทร์ วัดคลองคูณ พระเกจินามอุโฆษในอดีต
เป็นพระเกจิที่มีปฏิปทางดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาว อ.ตะพานหิน และจังหวัดใกล้เคียง กิจวัตรประจำวันท่านจะออกมานั่งรอต้อนรับญาติโยมและลูกศิษย์ที่เดินทางมากราบนมัสการทุกวัน
มีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ เมตตาเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่ายากดีมีจนมาจากไหนไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ โดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เข้ามากราบนมัสการขอความอนุเคราะห์ในเรื่องต่างๆ เช่น ดูฤกษ์ยาม ดูฤกษ์งานมงคล งานขึ้นบ้านใหม่ ปลูกบ้าน บวช ลาสิกขา และกิจกรรมที่เห็นเป็นประจำทุกวัน คือ อาบน้ำมนต์เสริมดวงชะตาให้ญาติโยมทุกวันหลังเพล ส่วนเจิมกระหม่อม เจิมรถ หลวงพ่อจะอนุเคราะห์ญาติโยมตั้งแต่เช้าจนถึงเพล
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามที่ พระครูพิพิธธรรมาทร
ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ศิษย์ยิ่งนัก ทำให้ได้รับกิจนิมนต์ไปนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคลในพื้นที่ภาคกลางและพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลสำคัญทั่วประเทศ
ด้านวัตถุมงคลที่สร้างล้วนแล้วแต่ทรงคุณอันวิเศษ และเป็นที่เสาะแสวงหาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อาทิ พระพิมพ์สมเด็จด้านหลังรูปเหมือนหลวงพ่อหวั่นครึ่งองค์, เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์หลวงพ่อหวั่น, รูปหล่อหลวงพ่อหวั่นรุ่นเสาร์ ๕ เป็นต้น ส่วนเครื่องรางของขลังของท่านที่โด่งดัง คือ มีดหมอเพชรฉลูกรรณ, สีผึ้งเมตตา, ตะกรุดโทน, ตะกรุดมหาอุด ฯลฯ
ด้วยสังขารไม่เที่ยง วันที่ 21 มี.ค.2564 คณะแพทย์นิมนต์หลวงพ่อหวั่นไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลวังทรายพูน โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด
จนเมื่อวันอังคารที่ 11 พ.ค.2564 หลวงพ่อหวั่น มีอาการไข้ ความดันโลหิตต่ำ รับประทานทางสายยางได้น้อยลงและปัสสาวะออกน้อย มีอาการปอดติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะอยู่เดิม จึงได้ตรวจเลือดและพบว่ามีภาวะเลือดเป็นกรด สมดุลเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ จึงได้ปรับยาปฏิชีวนะ และยาลดความเป็นกรดของเลือด
คณะแพทย์ได้รักษาอาการอาพาธอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่ทุเลาลงและได้ทรุดลงตามลำดับ
กระทั่งเวลา 17.00 น. วันที่ 11 พ.ค.2564 จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลวังทรายพูน สิริอายุ 86 ปี พรรษา 65