เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 29 ส.ค.ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) วาระปกติ ครั้งที่ 22/2568 โดยภายหลังการประชุม นายธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษามหาเถรฯ พร้อมด้วย นายชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงผลการประชุมฯ

นายชัชพลแถลงผลการประชุม ว่าที่ประชุม มส.ได้มีมติตั้งคณะทำงานจัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยมีนายธงทอง เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน ผศ.ปารีณา ศรีวนิชย์ เป็นประธานคณะทำงานนั้น ขณะนี้คณะทำงานได้ดำเนินการจัดทำคู่มือในการปฏิบัติงานบูรณาการสำรวจข้อมูลเพื่อคุ้มครองพระพุทธศาสนา นำเสนอ มส.ให้ความเห็นชอบแล้ว

นายธงทองกล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานตามคู่มือดังกล่าว โดยการกำหนดผู้รับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดตั้งหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในการสำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้อยู่ในดุลพินิจและความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของผู้ปฏิบัติงานที่จะสามารถดำเนินงานให้สอดคล้องกับคู่มือนี้ได้ รวมทั้งต้องทำให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานต้องรับทราบหลักการข้อปฏิบัติ ข้อห้าม และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ส่วนการประสานงานของหน่วยงานในพื้นที่ปฏิบัติการสำรวจ หน่วยงานปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องประสานงานและจัดประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) และเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ที่ใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจและบูรณาการการปฏิบัติ โดยกำหนดหน้าที่หน่วยร่วมปฏิบัติดังนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่กรอกแบบสำรวจข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้น เจ้าหน้าที่ พศจ. มีหน้าที่ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ให้ทราบถึงการเข้าสำรวจข้อมูลในแต่ละวัด จากนั้นเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์แจ้งคณะสงฆ์ในพื้นที่ทราบถึงมติ มส.เกี่ยวกับการสำรวจข้อมูลดังกล่าว และสำรวจข้อมูลในแต่ละวัดร่วมกับเจ้าหน้าที่

นายธงทองกล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติของทีมสำรวจการเตรียมการก่อนสำรวจ จัดประชุมหน่วยงานปฏิบัติการร่วม ได้แก่ คณะสงฆ์ พศจ. และหน่วยงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำความเข้าใจ แนะนำการสำรวจข้อมูล กำหนดรายชื่อผู้ปฏิบัติงานและผู้เกี่ยวข้อง กำหนดปฏิทินและแนวทางหรือขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูล จากนั้นเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์แจ้งปฏิทินและแนวทางหรือขั้นตอนการจัดเก็บข้อมูลให้คณะสงฆ์ในพื้นที่ทราบล่วงหน้าเป็นระยะเวลาพอสมควรเพื่อจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยทีมสำรวจ ต้องประกอบด้วย 1.เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ที่ใกล้ชิดหรือผู้ได้รับมอบหมาย 2.เจ้าหน้าที่ พศจ. 3.เจ้าหน้าที่ตำรวจกรอกและเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้ การแต่งกาย เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแต่งกายสุภาพ ไม่ต้องแสดงอาวุธ ป้องกันการตื่นตกใจ การใช้ถ้อยคำ ให้ใช้คำพูดที่สุภาพ ในลักษณะการขอความร่วมมือ งดใช้คำในลักษณะสั่งการ ออกคำสั่ง โดยอยู่ในการแนะนำของเจ้าหน้าที่ พศจ.


ที่ปรึกษา มส.กล่าวต่ออีกว่า การสำรวจต้องไปด้วยตนเองเท่านั้น เพื่อจะได้มีโอกาสสื่อสารชี้แจงวัตถุประสงค์ ไม่ให้มีการส่งหนังสือ เอกสาร ไปให้วัดกรอกข้อมูลเอง ส่วนห้วงเวลาในการสำรวจให้เป็นไปตามความเหมาะสม สอดคล้องกับศาสนกิจของสงฆ์เป็นหลัก และไม่เป็นการรบกวนการปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดำเนินการเป็นไปตามมติ มส.อย่างเคร่งครัด ส่วนหลังการสำรวจ ให้หน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับมอบหมายรายงานผลการสำรวจและประสานข้อมูลกับ พศ.เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการ ให้พศ.กำหนดช่องทางการรับรายงานและรับเรื่องร้องเรียนจากวัด พระภิกษุหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ปัญหาและให้การบูรณาการสำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อการจัดทำข้อมูลและฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้วให้นำส่งข้อมูลแก่ พศ.เพื่อดำเนินการต่อไป


“การสำรวจข้อมูลจะต้องมีการหารือกันด้วยก่อนว่าจะสำรวจข้อมูลอะไรบ้าง ข้อมูลอะไรที่พศ. มีอยู่แล้ว ไม่ต้องสำรวจ ซึ่งในการสำรวจข้อมูลได้กำหนดกรอบเบื้องต้นให้แล้วเสร็จในเดือน ก.ย. นี้” นายธงทองกล่าว