พระสายปฏิบัติ หรือสายพระป่าส่วนใหญ่เป็นศิษย์ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” บูรพาจารย์สายพระป่า แทบทั้งสิ้น

หนึ่งในนั้น คือ “พระราชวุฒาจารย์” หรือ “หลวงปู่ดูลย์ อตุโล” วัดบูรพาราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ พระวิปัสสนาจารย์สายอีสาน ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างมาก

รายงานพิเศษ

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

มีนามเดิมว่า ดูลย์ ดีมาก เกิดเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2430 ตรงกับวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 ที่บ้านปราสาท อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีพี่น้องรวม 5 คน ท่านเป็นคนที่ 2

ในวัยเด็ก อาศัยวัดเป็นสถานศึกษา โดยมีพระในวัดเป็นผู้อบรมสั่งสอน วิชาที่เล่าเรียนประกอบไปด้วยการเรียนการสอนทางโลกที่พอให้อ่านออกเขียนได้และศีลธรรมจรรยามารยาทอันควรประพฤติปฏิบัติ

ครั้นเมื่ออายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดจุมพลสุทธาวาส ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีพระครูวิมลสีลพรต (ทอง) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูบึก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูฤทธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

รายงานพิเศษ

ได้รับฉายาว่า “อตุโล” อันหมายถึง ผู้ไม่มีใครเทียบได้ นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

พ.ศ.2461 เมื่อมีอายุ 30 ปี ได้ญัตติเป็นพระภิกษุคณะธรรมยุต ณ พัทธสีมาวัดสุทัศนาราม จ.อุบลราชธานี มีพระมหารัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระศาสนดิลก (เสน ชิตเสโน) เจ้าคณะมณฑลอุดร เป็นพระกรรมวาจาจารย์

เมื่อแรกบวช ได้ปฏิบัติกัมมัฏฐานกับหลวงปู่แอก วัดคอโค ซึ่งอยู่ชานเมืองสุรินทร์ ก็พากเพียรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จนครบไตรมาสโดยไม่ลดละแต่ก็ไม่ปรากฏเห็นผลอันใดแม้เล็กน้อย นอกจากนี้ ยังใช้เวลาที่เหลือท่องบ่นเจ็ดตำนานบ้าง สิบสองตำนานบ้าง แต่ไม่ได้ศึกษาพระวินัยแต่อย่างใด

รายงานพิเศษ

จึงเดินทางไปจังหวัดอุบลฯ พยายามมุมานะศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอย่างเต็มสติกำลัง จนกระทั่งประสบผลสำเร็จ คือ สามารถสอบไล่ได้ประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรี นวกภูมิ เป็นรุ่นแรกของจังหวัดอุบลราชธานี และยังได้เรียนบาลีไวยากรณ์

เมื่อครั้งที่หลวงปู่มั่นได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบูรพา จ.อุบลราชธานี ร่วมกับพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม พากันไปฟังธรรมเทศนาของพระอาจารย์มั่นกันเป็นประจำ ทำให้เกิดความซาบซึ้งถึงใจคำพูดแต่ละคำมีวินัยแปลกดี ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน จึงเพิ่มความสนใจใคร่ประพฤติปฏิบัติทางธุดงค์กัมมัฏฐานมากยิ่งขึ้นทุกที

รายงานพิเศษ

ครั้นออกพรรษาแล้ว พระอาจารย์มั่นได้ออกธุดงค์จึงตัดสินใจออกธุดงค์ติดตามพระอาจารย์มั่นไป

ปฏิบัติตามปรารภความเพียรอย่างอุกฤษฏ์แรงกล้า ปฏิบัติตามคำอบรมสั่งสอนอย่างสุดขีด จนแสงแห่งพระธรรมก็บังเกิดขึ้น ปรากฏแก่จิตของท่านรู้ชัดว่าอะไรคือจิต อะไรคือกิเลส จิตปรุงกิเลสหรือกิเลสปรุงจิต และเข้าใจสภาพเดิมของจิตที่แท้จริงได้ จนรู้กิเลสส่วนไหนละได้แล้วส่วนไหนยังละไม่ได้

เป็นผู้มีอุปนิสัยเยือกเย็น พูดน้อย สงบ อยู่เป็นนิตย์ มีวรรณะผ่องใส ท่านรักความสงบจิตใจใฝ่ในความวิเวกมาก ท่านประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง เป็นเนื้อนาบุญของโลกอย่างแท้จริง บำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่นอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์

ละสังขารด้วยอาการสงบ สิริอายุ 96 ปี พรรษา 64

วัตถุมงคลที่ท่านสร้าง มีทั้งพระบูชา รูปหล่อ พระเครื่อง พระกริ่ง และเหรียญ ทุกรุ่นล้วนสร้างเพื่อหาปัจจัยบูรณะและสร้างเสริมศาสนวัตถุภายในวัด รวมทั้งพัฒนาสาธารณูปการแก่ชุมชนในพื้นที่และใกล้เคียงทั้งสิ้น

รายงานพิเศษ

สำหรับ “เหรียญที่ระลึก 90 ปี หลวงปู่ดูลย์” เป็นหนึ่งในวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม จัดสร้างเมื่อปี 2520

ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนหลวงปู่ดูลย์ครึ่งองค์ หันด้านข้าง เขียนข้อความด้านล่างว่า “พระรัตนากรวิสุทธิ์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)”

ด้านหลังเป็นรูปเครื่องอัฐบริขารอยู่ตรงกลาง ด้านบนเขียนข้อความว่า “วัดบูรพาราม สุรินทร์” ด้านล่างเขียนว่า “ครบรอบ ๙๐ ปี”

เหรียญรุ่นนี้มี 2 บล็อก บล็อกแรกสันจมูกไม่ซ้อน บล็อกสองสันจมูกซ้อน แต่ทั้งสองบล็อกตัวตัดขอบเหรียญตัวเดียวกัน

จัดสร้างทั้งหมด 3 เนื้อ คือ เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง

ปัจจุบันเป็นที่เสาะแสวงหา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน