วันพฤหัสบดีที่ 16 ต.ค.2568 รำลึกครบรอบ 46 ปี มรณกาล “หลวงพ่อบอน ปูชิโต” หรือ พระครูประสาธน์ยติคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดสามราษฎร์บำรุง ต.ทมอ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และอดีตเจ้าคณะตำบลทมอ-โคกยาง พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเมืองสุรินทร์

อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า บอน มีมั่น เกิดเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2460 ถิ่นกำเนิดบ้านสก็วน ต.เฉนียง

สำเร็จการศึกษาชั้น ป.4 ที่โรงเรียนวัดศิลาราม และพออายุครบ 19 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดปราสาทศิลาราม โดยมีเจ้าอธิการตัน พรหมปัญโญ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ปูชิโต

หลังเข้าพิธีอุปสมบท ได้สมัครใจไปอยู่จำพรรษาที่วัดโคกบัวไรย์ เพื่อเล่าเรียนพระปริยัติธรรม

พ.ศ.2490 ราษฎร 3 หมู่บ้าน ได้ร่วมพัฒนาสร้างวัดสามราษฎร์บำรุง และได้นิมนต์ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เนื่องจากเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย เชื่อว่าจะช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง และช่วยอบรมสั่งสอนญาติโยมได้

อริยะโลกที่ 6

หลวงพ่อบอนเคยปรารภว่า “กว่าจะตัดสินใจเข้ามาวัดสามราษฎร์บำรุง ต้องใช้เวลาไตร่ตรองนานกว่า 7 วัน จนได้คิดว่าในละแวกนั้นไม่มีวัดให้ประชาชนร่วมประกอบกิจทางศาสนา จึงตกลงยินยอมรับนิมนต์”

พ.ศ.2495 ออกแสวงบุญได้พบพระอาจารย์ใหญ่ พระอุปัชฌาย์มหานาค หลวงพ่อจุก พระเกจิชื่อดัง จอมอาคมขมังเวท ที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ณ บริเวณช่องปราสาทตาเมือน จึงขอติดตามไปปรนนิบัติรับใช้ที่ประเทศกัมพูชาเป็นเวลา 1 เดือน ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคม เสกน้ำมนต์ เขียนตะกรุดโทน เป็นต้น

เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอำเภอปราสาทเป็นอย่างยิ่ง เมื่อชาวบ้านเกิดปัญหานานัปการ อาทิ ปัญหาข้าราชการ ปัญหาครอบครัว ท่านจะใช้หลักพระธรรมอบรมสั่งสอน เตือนใจให้เกิดสติปัญญานำไปประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ดำริจัดทำโครงการต่างๆ มากมาย โดยได้รับการสนับสนุนจากพุทธบริษัทและคณะศิษยานุศิษย์ อาทิ การสร้างวัดสาขาของวัดสามราษฎร์บำรุง รวม 9 แห่ง ได้แก่ วัดปทุมสามราษฎรบำรุง, วัดศิริราษฎรบำรุง, วัดลำดวน, วัดโคกสะอาด, วัดหนองซุง, วัดโคกโบสถ์, วัดบ้านสีโค และวัดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 2 แห่ง ได้แก่ วัดปะคำ วัดโคกพะยูง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้สร้างอาคารเรียนให้โรงเรียนบ้านโคกบุ และโรงเรียนบ้านลำดวน พร้อมสนับสนุนให้ทุนการศึกษา และได้เชิญชวนราษฎรร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาเส้นทางคมนาคม ด้วยการสร้างสะพานไม้เชื่อมหมู่บ้าน พัฒนาแหล่งน้ำไว้ใช้อุปโภคบริโภค ยามเกิดวิกฤตภัยแล้ง

เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วย ถูกอสรพิษกัด ไข้ป่า หรือกินอาหารผิดสำแดง จะใช้ประสบการณ์จากการเดินป่า ใช้ยาสมุนไพร ช่วยบำบัดรักษาให้แก่ผู้ป่วยจนหายเจ็บหายไข้ได้ผลดีนักแล

พ.ศ.2502 หลวงพ่อบอนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทมอ พ.ศ.2505 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูประสาธน์ยติคุณ

ไม่เคยอนุญาตให้มีการจัดสร้างวัตถุมงคล แต่ด้วยมีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนตะกรุดโทน ในบางโอกาสจะเขียนให้เฉพาะผู้ที่มีความต้องการเท่านั้น

เมื่อจารลงอักขระ จะให้พระภิกษุนั่งม้วนแล้วถัดส่วนใหญ่ถัดด้วยเส้นด้ายขาว (สายสิญจน์) แนะนำศิษย์ทุกๆ คนที่ได้รับตะกรุดโทนด้วยว่า “เคยใช้มีดหรือไม่ มีดต้องหมั่นลับ สำหรับตะกรุด เช่นเดียวกัน หยิบตะกรุดโทนขึ้นมาตั้งนะโม 3 จบ ให้เป่าก้นตะกรุดโทน พลิกเป่าซ้ายและพลิกเป่าขวา ถ้าเป่าในบ้านเรือน พระเวทอาคมในแผ่นตะกรุดโทน นอกจากจะช่วยปกป้องคุ้มครองตัวแล้ว ยังจะช่วยปกป้องคุ้มครองทรัพย์สิน และช่วยขับไล่ภูตผีปีศาจด้วย”

ในช่วงเดือน ก.ค.2518 เริ่มอาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์ ไม่สามารถขยับแขน-ขาได้ คณะศิษยานุศิษย์ได้นำส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช แต่อาการไม่ดีขึ้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2522 ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ สิริอายุ 63 ปี พรรษา 43

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน